หน้ารวมกระทู้ > พระศรีอาริย์มาเกิดที่เมืองไทยเ...

พระศรีอาริย์มาเกิดที่เมืองไทยเพื่อช่วยโลก!!!
avatar
เนิน นราธร


เรื่องเล่าสนุก ๆ(พระศรีอาริย์มาเกิดเพื่อช่วยโลก)


เรื่องเล่าสนุก ๆ แต่ค่อนข้างเครียดนิดหน่อย รึเปล่า?

http://beautifulman.freehomepage.com/

ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ !

 มีท่านผู้รู้ท่านหนึ่งบอกกับผมว่า ปลายปี พ.ศ.2548 นี้ จะเริ่มเกิดสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งจะส่งผลให้มีคนตายจำนวนมหาศาล ส่วนผู้ที่รักษาศีล 5 ขึ้นไปจะรอด และอีก 5 ปีถัดไปน้ำจะท่วมภาคใต้ และจะร้ายแรงมากกว่าซึนามิหลายเท่า ผู้คนที่รอดชีวิตจำต้องเดินทางขึ้นทางเหนือเพื่อให้พ้นภัย โดยระหว่างทางจะพบกับคนนอนตายเกลื่อนกลาดจำนวนมาก

นี่ไม่ได้แช่งนะ!

 หากท่านไม่เชื่อ คอยดูปลายปี พ.ศ.2548 นี้ให้ดี

 ใครที่ไม่เคยเข้าวัดก็รีบซะตอนนี้ยังทัน รีบหาของดี วัตถุมงคลติดตัวไว้ แต่ถ้าเป็นคนมีศีลดีอยู่แล้วก็ยิ่งดี และสุดท้ายให้ฝึกนั่งสมาธิ เพราะไม่มีสิ่งใดจะช่วยเราได้นอกจากสมาธิ และผู้ปฏิบัติสมาธิที่ได้อภิญญา เรียกว่าให้อยู่ใกล้คนดีเข้าไว้

 และปีหน้า (พ.ศ.2549) พระศรีอารย์ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิตในตอนนี้ จะลงมาเกิดเป็นมนุษย์ (ท่านลงมาเกิดคราวนี้ ไม่ใช่จะมาเป็นพระพุทธเจ้า เพราะยังไม่ถึงวาระนั้น แต่ครั้งนี้ท่านจะมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อช่วยให้ผู้คนรอดพ้นจากเหตุการณ์อันเหลือที่มนุษย์จะรับมือได้ไหวครั้งนี้

เพื่อช่วยให้พ้นจากภัยสงครามครั้งมหึมาที่จะทำให้มีคนตายมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น)

 นี่ผมก็ได้เปิดเผยคำพูดของท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ซึ่งความจริงลูกศิษย์ท่านคนหนึ่งบอกว่า อย่าไปบอกใครนะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราบ้า

แต่กระผมก็อดที่จะบอกท่านไม่ได้

ผมยอมเป็นคนบ้า ถ้าหากว่าความบ้าของผม มันจะสามารถช่วยชีวิตของคนจำนวนมากได้

 หากท่านไม่แน่ใจว่าตัวท่านมีความดีพอที่จะรอดพ้นจากมหาภัยพิบัติครั้งนี้ละก็ ขอให้หาของดีติดตัวไว้เป็นดี หรือถ้าหาของดีไม่ได้จริง ๆ ก็จงทำตัวท่านเองให้เป็นคนดี เพื่อความดีจะได้รักษาตัวของท่านเอง

 หากท่านไม่เชื่อ ก็จงอย่าเพิ่งปฏิเสธ เช่น เชื้อโรคที่ตาเปล่าของเรามองไม่เห็น แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันไม่มี เพราะเรามีเครื่องมือคือกล้องจุลทรรศน์ที่จะส่องเห็นแล้ว ส่วนเรื่องอย่างเช่นสิ่งที่ผมกล่าวไปก่อนหน้า เครื่องมือที่จะเห็นก็มีแล้วคือการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ แต่อยู่ที่ท่านจะใช้เครื่องมือ หรือรู้วิธีใช้เครื่องมือนั้นอย่างถูกต้องหรือไม่เท่านั้นเอง

 ผมเคยอ่านหนังสือที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเขียนไว้ว่าอีกไม่กี่ร้อยปีจะมีพระมหากษัตริย์ท่านหนึ่งเดินทางจากทางเหนือมาบูรณะวัดท่าซุง ซึ่งตอนที่ท่านบอกให้ และขณะนี้ก็ตาม วัดท่าซุงก็ยังเป็นปกติดี ประเทศไทยก็ยังปกติดี

แสดงว่าหลังจากนี้ไม่นานมันต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้วัดท่าซุงร้าง ซึ่งปัจจุบันวัดท่าซุง ยังมีคนไปทำบุญ ถือศีล ปฏิบัติธรรม อยู่ไม่ขาดสาย แต่จะมีเหตุใดเล่าที่ทำให้เป็นวัดร้างได้ นอกจาก..... (อาจจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างชาติอาหรับและอเมริกา ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดอภิมหาสงครามครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบถึงประเทศไทย ก็เป็นได้)

 ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ จงหมั่นทำดี เพื่อรักษาชีวิตรอดเทอญ

 จาก พระโพธิสัตว์ท่านหนึ่ง/5 ก.พ. 2548


 พุทธญาณ -

เห็นด้วยครับ เห็นด้วย ฟังๆไว้หลายๆทางก็ดี เป็นการไม่ประมาท หมั่นรักษาทำความดี ทำบุญทำกุศลเอาไว้ ของดีที่ว่าคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถ้าท่านยังนึกไม่ออกผมบอกให้นะ ก็เหรียญมงคลจักรวาลไงครับ ติดต่อได้บูชาเหรียญละ 500 บาทครับ รับประกันคุณภาพ โทร.02-7303627 ครับ.....
P -

ขอบคุณครับ

 ต -

เรื่องตรงกับ http://www.palungjit.com
 pp&p -

ผมเองเคยนับถือคริสต์มาก่อน ผมไป Search คำว่า "The 3th world war" ใน yahoo.com ผมพบกันประโยคที่ว่า :

Signs from God. The Messiah comes. We have the end of the World. Signs from God. The Messiah comes. We have the end of the World and already 3th World war.

สังเกตคำว่า The Messiah ให้ดี ***

ผมเพิ่งประจักษ์วันนี้เองว่า ที่ผมได้ยินได้ฟังมาเสมอตลอด 27 ปี ของชีวิตผมที่เป็นคริส (คาทอลิก) นั้น คำว่า "พระเมสสิอาร์" (Messiah)ในคำภีร์ไบเบิล ชื่อไปตรงกันพระศรีอาริยเมตไตร ในพระพุทธศาสนา นั่นเอง แต่เรียกย่อเป็น เมต-ศรีอาร์ ก็เท่านั้นเอง

แต่ก่อนไม่เคยเอะใจมาก่อนเลย ได้ยินได้ฟังว่า พระผู้ไถ่จะมาช่วย บางครั้งใช้คำว่า พระแมสซี แต่ไม่เคยมีใครในโบสถ์พูดให้ฟังเลยว่าพ้องกับพระศรีอาริยเมตไตร หรือ พระศรีอารย์ พระบรมโพธิสัตว์ในพระพุทธศาสนา

คราวนี้ผมเริ่มเชื่อสนิทใจขึ้นแล้วครับ
 entire mankind -

ในคัมภีร์ไบเบิลบอกว่า หลังวันพิพากษาโลก ของพระผู้ช่วยให้รอด จะมีคนเหลือรอดไปสวรรค์เพียงแค่ 144,000 คน (หนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันคนเท่านั้น) ผมคิดว่าพระผู้ช่วยให้รอดก็คงจะเป็นพระศรีอารย์ เพราะในคัมภีร์ทางคริสต์ใช้คำว่า พระเมสสิอา

แล้วพวกเราจะมีใครรอดอยู่ในจำนวนนั้นหรือเปล่าหนอ
แต่ก็ช่างมันเถอะน๊อครับ เกิดมายังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว ไหน ๆ จะตายแล้ว ถ้าสละชีวิตเพื่อคนจำนวนมากได้ ก็น่าจะทำนะครับ

แต่คนธรรมดา ๆ อย่างกระผม คงต้องไปแอบหลังท่านผู้ได้อภิญญาให้ช่วยคุ้มกระบาลล่ะกระมังครับ 555

 ที่มา : http://www.konmeungbua.com/webboard/aspboard_Question.asp?GID=3326



ผู้ตั้งกระทู้ เนิน นราธร กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2006-07-18 21:30:48 IP : 202.47.238.172


[1]

ความเห็นที่ 1 (542822)
avatar
ฉัตรไชย ชินะปัญชร
พระเมสซีของคริสต์ กับพระศรีอารย์ของพุทธ


ข้อความที่ 7

ความเห็นของผมถึงข้อ 6 และใต้ตรงขีดเส้นครับ

**** บางท่านอาจบอกว่าทำไมเป็นเวลานานจัง ขอบอกว่าไม่นานครับ ถ้าเทียบกับระยะเวลาที่เรียกว่า 1 กัปป์ ****

ส่วนภัยภิบติมีแน่แต่อาจไม่รุนแรงขนาดนั้นในช่วงนี้จนถึงปี พ.ศ. 5000 คนที่มีศีลธรรมอย่างน้อยศีล 5 ประจำใจไม่ต้องกลัวครับ อีกอย่าง หากจะเกิดเหตุขึ้นพระพุทธเจ้าและพระอริยะเจ้าทั้งหลายท่านช่วยโดยไม่ให้เกินกว่ากฏแห่งกรรมที่สัตว์ทั้งหลายพึงได้รับ

จากคุณ เหรอ เมื่อวันที่ 6/2/2548 23:55:36


ข้อความที่ 8

ผมเองเคยนับถือคริสต์มาก่อน ......

......................................................................................................


จากคุณ ผู้เคยนับถือคริสต์ เมื่อวันที่ 7/2/2548 0:03:06


 p -

ข้อความข้างบนคัดมากจาก คนเมืองบัว.com

 บัวบาน ณ สุขาวดี

พระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์มีจิตดวงใหญ่ 1 ดวง กับจิตดวงเล็กๆที่เหมือนเม็ดบัวในฝักบัว อวตารแบ่งภาคมาเกิดเพื่อช่วยโลกมนุษย์อีกนับ10นับ 100 ดวง......

อย่างพระโพธิสัตว์กวนอิม จี้กง หรือหลวงปู่ทวด แม่สงฆณีวรมัย กบิลสิงห์ ฯของไทยเราก็มีหลายองค์ หลายดวง บางองค์มีเป็นพันเป็นหมื่นแสนดวง ในไทยก็มี ประเทศเพื่อนบ้านก็มี

 ผมไม่สงสัยอะไรหรอก โลกเรามาแบ่งมาแยกกันเอง ทางเบื้องบนน่ะท่านไม่แบ่งแยกอะไรกันหรอกนะ ช่วยกันทำงานช่วยเหลือคน-สัตว์ทั้งหลายไปตามหน้าที่ของแต่ละองค์.....

เกิดมาอย่ากลัวตายครับ ทำความดีเข้าไว้ไม่ต้องกลัวอะไร คิดดี-พูดดี-ทำดี มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเอาไว้ตลอดเวลา อะไรจะเกิดให้มันเกิด จะตายก็ตายไป ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลย?

มันก็แค่เปลี่ยนบ้านอยู่ใหม่เท่านั้นเอง ถ้าเราทำดีแล้ว บ้านใหม่ของเราต้องดีกว่าปัจจุบันแน่นอน แล้วจะต้องกลัวอะไรล่ะครับ

คนเลวๆต่างหากที่มักจะต้องกลัวตาย เพราะกลัวไปพบกับอบายภูมิ นรก สิ่งที่ไม่ดีไม่งามต่างๆหลังจากโดนพิพากษาจากศาลาพันห้องไปแล้ว(บางคนบอกว่าสมน้ำหน้า?)........

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉัตรไชย ชินะปัญชร ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2006-07-18 21:46:12 IP : 202.47.238.172


ความเห็นที่ 2 (542856)
avatar
พุทธญาณ

จริงเกือบทั้งหมด ลองทบทวนเหตุการณ์ดูเถอะ พระศรีอาริย์ 100 ปีมาเกิดครั้งหนึ่ง คือ หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงปู่โต แล้วบางคนว่า ก็ถ้าท่านมาเกิดเป็นเด็กอยู่ตอนนี้ ให้คอยติดตามให้ดี ถ้าเด็กคนนี้ระลึกชาติได้เมื่อไหร่ นั่นแหละจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในเมืองไทย......

อยากรู้เรื่องราว ความเป็นมา เป็นไป ต้องเข้าไปอ่านเรื่องแสงทิพย์อริยธรรม กับพระวิสุทธิพุทธรังษี พระบรมบิดา ผู้สร้างโลกและจักรวาล เป็นพระบิดาของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ และเป็นผู้ส่งศาสดาของทุกศาสนาลงมาช่วยโลกในพื้นที่ส่วนต่างๆของโลกและจักรวาล แล้วคุณจะร้อง อ๋อ ถึงบึงอ้อ ทันทีครับ.......

http://www.sangthip.com/

http://www.phranippan.com/

http://buddharangsi.in.th/

 


 

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2006-07-18 22:22:07 IP : 202.47.238.172


ความเห็นที่ 3 (2955567)
avatar
chaowa99
หลวงปู่จามบอกว่าพระศรีอารย์มาเกิดตั้งนานแล้วป่านนี้คงประมาณ 20
ผู้แสดงความคิดเห็น chaowa99 วันที่ตอบ 2009-01-01 20:19:48 IP : 64.255.180.56


ความเห็นที่ 4 (2960095)
avatar
rakthebudda

กำ พระศรีอาริยเมตไตรจะ มาประสูติในพ.ศ3000 ไม่ใช่หรอ  ตอนนี่ พึง 2552 เอง

ผู้แสดงความคิดเห็น rakthebudda วันที่ตอบ 2009-01-14 20:13:47 IP : 125.26.69.58


ความเห็นที่ 5 (2960106)
avatar
ชัย แสงทิพย์ 085-1637455

เรื่องของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เป็นเรื่องลึกลับซับซ้อน ลึกซึ้งละเอียดอ่อนยิ่งนัก ที่เป็นอจินไตย คิดไปก็เท่านั้นเพราะคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึง คิดไม่ออก ท่านจึงว่าคิดไปๆอาจจะเป็นบ้าไปได้เหมือนกัน!!!!

พระศรีอาริย์จะลงมาเกิดเป็นคนในโลกมนุษย์อีกหรือไม่ในยุคนี้หรือยุคไหนก่อน พ.ศ.5000 ก็เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ก็ได้ทั้งนั้น แล้วแต่เหตุปัจจัยของเบื้องบน แต่หลังจากนั้น จะเป็นยุคมืดมนอนธกาล ในช่วงพุทธันดรอันยาวนานมากๆ ต้องรอให้คนอายุเหมาะสม ท่านจึงจะลงมาเกิดมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล จากอายุคนตอนนี้เฉลี่ย 75 ปี ลดลงไปถึง 10 ปี 3 ปี แล้วก็พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆเป็น 10 ปี 50 ปี 100 ปี พันปี จน20,000 ปี ประมาณนั้น ท่านจึงจะลงมาเกิด ซึ่งไม่รู้ว่านานอีกเท่าไหร่กัน

ทางที่ดี ก่อนที่เราจะตายรีบเร่งรัดปฏิบัติ ให้บรรลุอรหัตตผล หนีไปนิพพานเสียก่อนดีที่สุดครับ ใครจะคิดจะว่าอย่างไร ช่างเขา เราไม่อยากอยู่แล้ว รีบกลับบ้านเดิมของเราดีกว่า

รับแสงทิพย์+พระ 7 พระองค์+ถือศีล 5 ตลอดชีวิต ทำสมาธิภาวนา แผ่เมตตาไปสามโลกทุกๆวัน ทำๆเข้า เอาให้ได้ ไปให้ได้ ทำจริงๆก็ต้องได้ครับ.......

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย แสงทิพย์ 085-1637455 วันที่ตอบ 2009-01-14 20:48:43 IP : 58.8.160.188


ความเห็นที่ 6 (2967040)
avatar
วิทย์

พระศรีอารย์ ต่างกับพระศรีอริยเมตตรัยในกาลนี้ท่านไม่ได้มาเกิดด้วยจิตจริงแต่ได้ส่งคลื่นโมคลีธรรม(พระวิญญาณบริสุทธิ์)มาสวมร่างมนุษย์ที่มีใจและกายบริสุทธิ์เพื่อทำหน้าที่แทนท่านสืบต่อศาสนาให้ครบ ๕,๐๐๐ ปี หลังกึ่งพุทธกาล(ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นไป)

ผู้แสดงความคิดเห็น วิทย์ (vittaya61-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2009-02-01 20:56:02 IP : 125.24.196.185


ความเห็นที่ 7 (2977620)
avatar
วิมานดิน

 เก็บผักหาปลา อยู่ตามป่าดอย                                                หลีกลี้รอคอย   บ้าบอพอเพียง

ผู้แสดงความคิดเห็น วิมานดิน วันที่ตอบ 2009-02-27 17:34:56 IP : 222.123.218.63


ความเห็นที่ 8 (2977675)
avatar
macz

ผมก็ได้แผ่นข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่เค้าแจกกัน ก็สงสัยเลยไปถามคุณแม่เกษรครับ

คุณแม่บอกว่า อีกนานเป็นล้านปี

หลวงพ่อฤาษีบอกว่า หลังปี 5 พัน จะมีพระปัจเจกพระพุทธเจ้าบังเกิด และมีจอมจักรพรรด์เกิดขึ้นในดินแดนสุวรรณภูมิ ยุคนั้นทองที่เทวดารักษาอยู่จะถูกขุดขึ้นมาใช้ได้ หลวงพ่อบอกว่า มีหลุมทองใหญ่ ๆ อยู่ 3 หลุ่ม ขุดขึ้นมาหลุมละหนึ่งตัน วันละ 3 ตัน พันปีก็ไม่หมด

ส่วนพระศรีอริยเมตไตย เป็นยุคของคนมีบุญมาเกิด ยุคนั้นคนมีอายุ 80,000 ปี  ถ้าเราเทียบมาตราตามกัป ก็จะได้ว่า

ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่เรียกว่า กัปไขยลง เหมือน อา ชัย บอกนั้นแหละครับ  ก็คือทุก ๑๐๐ ปี อายุมนุษย์จะลด
ลง ๑ ปี อายุของพวกเราจะลดลงเรื่อยจนไปถึง ๑๐ ปี แล้วสูงขึ้นเรื่อยๆ
ใหม่ จนกระทั่งอายุมนุษย์มีกำหนด ๘ หมื่นปี สตรีมี่อายุ ๕๐๐ ปี จึงมี
ครอบครัว เมื่อนั้นพระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จ
มาอุบัติขึ้นในโลก 

ใครที่เก่งคำนวน ก็ลองคิดคำนวนให้หน่อยครับว่าอีกกี่ปี ปี พ.ศ. เท่าไหร่

คนที่ได้รับแสงทิพย์แล้ว จิตเข้มแข็งพอสามารถกลับแดนนิพพานได้ 5 % ที่เหลือ 95 % ก็ไปสวรรค์ รอเกิดยุคพระศรีอาริยเมตไตย ฟังเทศน์จบเดียวก็บรรลุอรหันตผล ค่อยไปนิพพานตอนนั้น

แต่ผมจะเอาหนึ่งใน 5 % แรกครับ ขี้เกียจรอยุคนั้น มันน้าน....... นาน จริงมั้ยครับ อา ชัย

ผู้แสดงความคิดเห็น macz วันที่ตอบ 2009-02-27 19:56:49 IP : 58.147.44.18


ความเห็นที่ 9 (3006657)
avatar
emtry

ผมว่าถ้าเรามามัวสนใจว่าพระศรีอาริย์ซึ่งมาเกิดแล้วหรือไม่นั้นเมื่อพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว ถูกหรือผิด จริงหรือเท็จ ก็ไม่อาจรู้ได้ ในทางพุทธเราถือเป็นเรื่องไม่ควรคิด ไม่ควรถาม ต่อให้ท่านเสด็จลงมาจริงท่านก็มาเพื่อกระทำกิจอันใดอันหนึ่งซึ่งแน่นอนย่อมเกี่ยวกับการสั่งสมบารมี เหตุเพราะกัปหนึ่งนั้นไม่แน่นอน สั้นยาวอย่างไรไม่มีใครบอกได้ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่สุด และอยากให้ทุกคนช่วยกันเร่งพิจารณา ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา เหตุใดพระพุทธเจ้าทรงตรัสเช่นนั้น อันนี้น่าสงสัยกว่าตั้งเยอะ ขอท่านทั้งหลายผู้มีไตรสรณคมณ์ เป็นที่พึ่งหากยังไม่หลุดพ้น ด้วยอนิสงน์ผลของการระลึกคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระชินศรีย์ในปัจจุบันกาล ขอจงได้พบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไปเทอญ.

ผู้แสดงความคิดเห็น emtry วันที่ตอบ 2009-05-12 22:59:01 IP : 58.11.3.99


ความเห็นที่ 10 (3020370)
avatar
พระศรีอริยเมตตรั๋ยเปิดตัว

ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดีีีีีีีดีีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีด

ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดดี   ทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่สุดเราเองพระศรีอาริย์  

และไม่ขี้เกียจหลังอาน  ทำงานธรรม  งานทุกสิ่งบนโลกนี้อย่างสนุกสนาน  เหนื่อยสุดๆๆๆๆๆ

เพื่อชาวโลก  พากเพียรสุดๆๆๆๆๆๆๆ   ไม่มีใครบ้าเท่าเรา  โง่เท่าเรา  มานะบากยั่น  บากบั่น   ปากเปเปียกปากแฉะ

บ่นพร่ำสอนสั่งไม่หยุดตลอดเวลา  เป็นบ้าเป็นหลัง  อยู่อย่างหน้าตาดีที่สุดเท่ห์ที่สุด  น่ารักที่สุด   เพื่อพวกเธอ  ผู้น่ารักทั้งหลาย  หนูๆๆๆๆๆๆๆทั้งหลายเป็นเด็กดีอ๊ะป่าวง่ะ  

ไม่เป็นเด็กดี  เด็กดื้อ  บ่ได้ป่ะกันละเน้อ  สิบอกให้  แต่จะบอกว่า   ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว  

เรารวมทุกศาสนา  ทุกๆศาสดา  เป็น1  เรียบร้อยแย้ว   ค๊าบ 

ขอบคูณที่เป็นคนดี  น่ารัก  ใครยีั้งบ่ดี  เดี๋ยวโดนดี  แน่นอน 

ให้ฟ้า  ผ่า  ตายยยยยไปเลย  100000000000000000  =ชั่วโคตร  พ่อแม่  มึงเลย

อุตตส่าห์ทำดีตั้งขนาดนี้แล้ว  ยังไมสำนึกอีก

ขอร้องเหอะนะ  อย่าทำร้ายกันอีกเลย  พี่ขอ  พีร่ขอ  เราขอร้อง 

อย่าทำร้ายกันอีกเลย   จงรักใคร่ปรองดอง  ทั่วกันทั้งจักรวาล  พวกเราคือพี่น้องกัน  เผ่าพันธ์เดียวกัน  ทั้งวัฎฎะสงสาร

ทั้งสารวัฎฎะ  ทุกๆหลุมดำ  ทุกๆ  BIG BANGๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆึึึึึึคค-----44444555555555%%%%%่เราคงได้แสดงธรรมเรื่องราวทั้งหมดในระบบ   ในสังสารวัฎฎะพร้อมๆกันไม่นานนี้

เราอยากโชว์แล้วล่ะ  เพราะเพื่อนก็โชว์  ออกหน้า  ออกตากันตั้งเยอะแล้ว

ตาเราบ้างล่ะนะ   ฮึฮึ  ฮ่าฮ่าฮ่า  ตากูบ้างแล้วน้าแล้วเจอกัน  CU LA  SOON



ผู้แสดงความคิดเห็น พระศรีอริยเมตตรั๋ยเปิดตัว (prasianne_-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-06-13 06:52:30 IP : 118.172.25.143


ความเห็นที่ 11 (3020371)
avatar
พระศรีอริยเมตตรั๋ยเปิดตัว

ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดีีีีีีีดีีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีด

ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดดี   ทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่สุดเราเองพระศรีอาริย์  

และไม่ขี้เกียจหลังอาน  ทำงานธรรม  งานทุกสิ่งบนโลกนี้อย่างสนุกสนาน  เหนื่อยสุดๆๆๆๆๆ

เพื่อชาวโลก  พากเพียรสุดๆๆๆๆๆๆๆ   ไม่มีใครบ้าเท่าเรา  โง่เท่าเรา  มานะบากยั่น  บากบั่น   ปากเปเปียกปากแฉะ

บ่นพร่ำสอนสั่งไม่หยุดตลอดเวลา  เป็นบ้าเป็นหลัง  อยู่อย่างหน้าตาดีที่สุดเท่ห์ที่สุด  น่ารักที่สุด   เพื่อพวกเธอ  ผู้น่ารักทั้งหลาย  หนูๆๆๆๆๆๆๆทั้งหลายเป็นเด็กดีอ๊ะป่าวง่ะ  

ไม่เป็นเด็กดี  เด็กดื้อ  บ่ได้ป่ะกันละเน้อ  สิบอกให้  แต่จะบอกว่า   ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว  

เรารวมทุกศาสนา  ทุกๆศาสดา  เป็น1  เรียบร้อยแย้ว   ค๊าบ  ด้ว

ขอบคูณที่เป็นคนดี  น่ารัก  ใครยีั้งบ่ดี  เดี๋ยวโดนดี  แน่นอน 

ด้วยรักเมตตาอ่อนโยนที่สุดในชีวิต

 

ให้ฟ้า  ผ่า  ตายยยยยไปเลย  100000000000000000  =ชั่วโคตร  พ่อแม่  มึงเลย

อุตตส่าห์ทำดีตั้งขนาดนี้แล้ว  ยังไมสำนึกอีก

ขอร้องเหอะนะ  อย่าทำร้ายกันอีกเลย  พี่ขอ  พีร่ขอ  เราขอร้อง 

อย่าทำร้ายกันอีกเลย   จงรักใคร่ปรองดอง  ทั่วกันทั้งจักรวาล  พวกเราคือพี่น้องกัน  เผ่าพันธ์เดียวกัน  ทั้งวัฎฎะสงสาร

ทั้งสารวัฎฎะ  ทุกๆหลุมดำ  ทุกๆ  BIG BANGๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆึึึึึึคค-----44444555555555%%%%%่เราคงได้แสดงธรรมเรื่องราวทั้งหมดในระบบ   ในสังสารวัฎฎะพร้อมๆกันไม่นานนี้

เราอยากโชว์แล้วล่ะ  เพราะเพื่อนก็โชว์  ออกหน้า  ออกตากันตั้งเยอะแล้ว

ตาเราบ้างล่ะนะ   ฮึฮึ  ฮ่าฮ่าฮ่า  ตากูบ้างแล้วน้าแล้วเจอกัน  CU LA  SOON



ผู้แสดงความคิดเห็น พระศรีอริยเมตตรั๋ยเปิดตัว (prasianne_-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-06-13 06:54:34 IP : 118.172.25.143


ความเห็นที่ 12 (3023139)
avatar
พุทธบุตร

พระศรีอริยเมตไตย ทั้งตัวจริงตัวปลอม

 

ล้วนเป็นแผนการฉุดกู้ครั้งใหญ่

 

จากพระแม่แห่งจักรวาล

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธบุตร วันที่ตอบ 2009-06-20 18:06:00 IP : 124.121.23.178


ความเห็นที่ 13 (3025657)
avatar
ภัทรา

ถึงเวลาแล้ว ....  ที่ผู้สร้างบุญบารมีทั้งในชาตินี้และอดีตชาติจะพบกับพระศรีอาริยะเมตตรัย... ขอให้คนไทยทุกท่าน และมนุษย์ทั่วโลกถือศีล 5 ไห้ได้  แล้วท่านจะพบในสิ่งที่ต้องการ  ด้วยตัวของท่านเอง... ( มีขั้นตอนการปฎิบัติธรรม )

ศีล 5 มีอะไรบ้าง...(ง่ายๆ แต่หลายคนตอบไม่ได้  เพราะไม่ได้ใส่ใจ)

ข้อ1. เว้นจากการฆ่าสัตว์

ข้อ2.เว้นจากการลักทรัพย์

ข้อ3.เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

ข้อ4.เว้นจาการกล่าวคำเท็จ

ข้อ5.เว้นจากการดื่มสุราเมรัย 

              ขอให้โชคคดี  สาธุ......สัญญานะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทรา (pattra_288-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-06-29 09:45:51 IP : 118.174.146.29


ความเห็นที่ 14 (3037939)
avatar
pong

ช่วยให้ความกระจ่างแกผมด้วยนะครับท่านใดที่ทราบเกี่ยวกัยพระศรี

ผู้แสดงความคิดเห็น pong (Dhamma_pongdee-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-06 21:17:47 IP : 119.31.33.237


ความเห็นที่ 15 (3040619)
avatar
ศรีอาร์ย

ทำความดีอย่ายึดติดผลของความดี  ( ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด หมายถึง เทวดาและชั้นพรหม )  อย่าทำความชั่วก็ไม่ตกสู่อบายภูมิ หนทางนี้แล

ดับขันธ์ นิพาน

                การไม่ทำบาปทั้งปวง  ก็คือ  การรักษาศีลให้เหมาะสมกับตัวเอง

                การทำกุศลให้ถึงพร้อม  ก็คือ  การเป็นตัวอย่างที่ดี  สอนคนเป็นคนดี

                การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ  ก็คือ  การมองโลกในแง่ดี

                ธรรม 3 อย่างนี้  เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย  

                คิดดี  พูดดี  ทำดี  มองโลกในแง่ดี  ที่สำคัญ ทำแต่พอดี  นั้นแหล่ะ ที่เรีัยกว่า ทางสายกลาง

                " พิษของงูแ้ก้ผู้ถูกพิษของงูได้...ฉันใด  บัณฑิตควรแก้ไขตัวตนด้วยตัวเอง....ฉันนั้น"

                                                                                                                                           ศรีอาร์ย

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอาร์ย วันที่ตอบ 2009-08-15 20:53:42 IP : 202.28.52.134


ความเห็นที่ 16 (3042925)
avatar
จอมจน

              พึ่งตนพึ่งธรรมนำพาให้  

      เห็นทางสว่างไสวไม่แปรฝัน  

      ทางเดียวทางเอกเอนกอนันต์  

      ลำ้ค่าคุณนั้นอันนิพพาน          

 

                                           จอมจนกึ่งพุทธกาล                                                                      

                   

ผู้แสดงความคิดเห็น จอมจน วันที่ตอบ 2009-08-24 07:32:14 IP : 222.123.221.160


ความเห็นที่ 17 (3042928)
avatar
จอมจน

            

   พึ่งตนพึ่งธรรมนำพาให้  

      เห็นทางสว่างไสวไม่แปรฝัน  

      ทางเดียวทางเอกเอนกอนันต์  

      ลำ้ค่าคุณนั้นอันนิพพาน          

 

                                           จอมจนกึ่งพุทธกาล                                                                      

                   

ผู้แสดงความคิดเห็น จอมจน วันที่ตอบ 2009-08-24 07:34:17 IP : 222.123.221.160


ความเห็นที่ 18 (3043981)
avatar
ran

 ปลายังไม่กินเหยื่อ 

 

                                คนตกปลา

ผู้แสดงความคิดเห็น ran วันที่ตอบ 2009-08-27 10:08:17 IP : 222.123.201.220


ความเห็นที่ 19 (3046466)
avatar
ศรีอารย์

 "  ทำดีอย่ายึดติดผล...ของความดี ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด (หมายถึง ชั้นเทวดาหรือชั้นพรหม)  ไม่ทำความชั่วก็ไม่ตกลงสู่..อบายภูมิ  หนทางนี้แล      ดับขันธ์นิพพาน...ศรีอารย์  "

                            "  ผลของบุญก็คือบาป......ที่ยังไม่ได้ทำ    ส่วนผลของกรรมสิ่งที่ยังไม่ได้ทำคือ (อภัย) ทาน " 

 

                                                                                                              แม้มีข้าวติดเพียงก้นบาตร...เรา...ประกาศธรรม

                                                                                                                       สมณะโคดม  อริยะ....เมตไตย

 

    

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ วันที่ตอบ 2009-09-03 19:08:38 IP : 202.28.52.134


ความเห็นที่ 20 (3053299)
avatar
แค่มาบอกการมาที่แท้จริงของท่าน

เราคือ

ศรีอาริย์อาจารย์เจ้า                                                             อย่างที่เล่ามาทั้งหมดนั้นชัดไหม

ตอนนี้ต้องให้รู้ใครต่อใคร                                                 ต้องบอกไว้ศรีอาริย์มาพาคืน

ก่อนทะเล กลืนคืนดับลาลับร่วง                                     เจ้ากรรมทวงคนจะท้วงถ้าไม่เห็น

คนจะอยู่อย่างยากลำบากเข็ญ                                          คนจะเข่นจะฆ่า บ้าทั่วเมือง

ธรรมะรุ่งเรืองใกล้จะดับ                                                    จะสลับการมาของพระองค์

                ผู้ถูกส่งลงมาเพื่อพาคนคืน                                              คนทั่วโลกทั้งหมดจะเริ่มตื่น

                จะเริ่มฟื้นความจำที่สยอง                                                 ที่เขาว่าแผ่นดินจะเป็นทอง

                ที่มาของเมตตรัยเป็นไปจริง                                             ถามถึงสั่งการมาให้ประจักษ์

                จึงเริ่มจากนักธรรมอาวุโส                                 จากเล็กขึ้นเป็นใหญ่โต

                คนโมโหมากมายแยกกันทำ                                              มิสำคัญตรงที่ใครเริ่มทำก่อน

                อยู่ที่ตอนทำงานได้ผ่อนผัน                                              บาปเวรกรรมฉับพลันได้หมดลง

                เพราะว่าด้วยโองการฟ้าพาประจักษ์                               ถือเป็นหลักสำคัญให้ยึดเหนี่ยว

                ตอนนี้คนอื่นที่หักเลี้ยว                                                     เดี๋ยวนี้ดูสิเป็นอย่างไร

                พูดไปใครเขาจะเชื่อ                                                            จึงต้องเหลือทิ้งไว้เป็นหลักฐาน

                การมาทั้งหมดของศรีอาริย์                                              มีหนังสือให้อ่าน นั้นมากมาย

                แต่ความหมายจริง จริงคือ พากลับ                 มิได้จับศาสนามาสั่งสอน

จึงต้องฝากเอาไว้เป็นบทกลอน                                       เป็นหนึ่งตอนการมาพระเมตตรัย

อีกอย่างหนี่งนี่เข้าถึงวาระสาม                                        ไฟจะลามท่วมโลกโศกทุกข์สันต์

บรรลัยกันต์จะเกิดทุกทั่วแดน                                          คนเป็นแสนจะต้องตายไปทั้งหมด

เป็นดั่งมดถูกน้ำราดสาดกระเจิง                                     เพราะไฟเพลิงเผาวอดมิรอดตาย

สิ่งที่คลายความทุกข์มีแค่สิ่ง                                            ที่พึ่งพิงอ้างอิงได้จากประสงค์

อนุตตรธรรมจึงต้องเกิดเปิดฤกษ์ลง                              เพื่อให้ส่ง ลงรายชื่อผู้กลับคืน

จะไร้ผืนแผ่นดินมิช้าหรอก                                               อย่างที่บอกทุกอย่างต้องดับสูญ

จึงต้องเก็บเมล็ดพันธุ์ให้เพิ่มพูน                                     โลกใช่สูญไปเปล่า ต้องปลูกคืน

ในยุคสามทำงานใกล้จบสิ้น                                             คงต้องคืนแผ่นดินให้องค์แม่

โองการแท้จะไม่แพ้ภัยทั้งปวง                                          โองการลวงข้างในกลวงดูให้ออก

โองการหลอกบอกประจักษ์หลักฐานไหม                     เป็นเพชรแท้อย่างไรก็กันไฟ

ถึงอย่างไรยังไงก็กลับคืน                                                  ที่ได้คืนอย่างเดียวโองการฟ้า

จึงล้ำค่ามากกว่าบำเพ็ญไหม                                            ตอนนี้เบื้องบนจึงส่งให้

พระเมตตรัยกลับมาพาคนคืน                                        

ผู้แสดงความคิดเห็น แค่มาบอกการมาที่แท้จริงของท่าน วันที่ตอบ 2009-09-21 08:49:13 IP : 111.84.0.147


ความเห็นที่ 21 (3059238)
avatar
พุทธวงศ์

ขอให้ทุกท่านหมั่นสร้างแต่ความดีเอาไว้ เช่น ให้ทาน  รักษาศีล  เจริญภาวนา เป็นต้น

จะได้เป็นต้นทุนสืบไปในอนาคตกาล  และ

จะได้เิกิดในศาสนาของพระผู้มีภาคเจ้า  พระนามว่า  พระศรีอริยเมตไตรย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธวงศ์ วันที่ตอบ 2009-10-04 10:02:41 IP : 125.24.112.23


ความเห็นที่ 22 (3059509)
avatar
ศรีอารย์

ประกาศเตือน :  2552

โลกกำลังวุ่นวาย  จงอยู่อย่างสงบ... จะพบทางออก..

รักษา ศีลห้า...ให้มั่น   เพืีื่อรอวันฟ้าใส

เราจะพาพวกเจ้าข้าม กาลียุค และ มหันตภัย

เพื่อก้าวสู่อารยะธรรมใหม่   ในยุคของ....พระศรีอารย์

 

                                                                           จงอดโทษให้เขา   ก่อนเราจะร่วมมือ

                                                                            จงเป็นผู้ให้   ก่อนจะถูกใช้คำว่า..ยืม

                                                                            จงเป็นคนไม่ลืม  จะได้เลิกแสวงหา

                                                                               ท่านทั้งหลายจะได้รู้จักใจที่เป็น.. อนัตตา

                                                                             ที่เจ้าเคยได้ยินว่า.......ไม่มีตัวตน 

                                                                                          พระนารายณ์

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ วันที่ตอบ 2009-10-05 09:50:16 IP : 202.28.52.221


ความเห็นที่ 23 (3065399)
avatar
หวัง

พระศรีอารีย์จะมาทำการปกป้องธรรมะ(สีหนาทบันลือกิจ) บรรลุธรรมเป็นพระพุทธโพธิสัตว์ เป็นหนุ่มน้อยคงแก่เรียนไปขอพร8ประการกับพระแก้วมรกต ซึ่งพระพุทธสิขีได้ส่งลงมารอคอยการทำสีหนาทบันลือกิจตามที่รับมอบหมายกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า2500 ปีล่วงมาแล้ว พระแก้วมรกตป็นตัวแทนของพระศรีอารีย์มีฤทธิ์เดชที่เฉียบขาดเพื่อช่วยปราบอธรรมในบูรพาประเทศกึ่งพระพุทธกาล หนุ่มน้อยยากจนไปขอพรเพื่อพ้นจากการทำลายที่ไม่เป็นธรรมจากเรื่องชู้สาว แต่กลับเป็นเรื่องของมวลมนุษย์ชาติในที่สุด ตรงกับคำพยากรณ์ผู้มีญาณทิพย์ทางยุโรปที่ใช้แนวคิดท่านไอน์สไตมาพัฒนาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม หนุ่มน้อยคนนี้ตรงกับคำพยากรณ์นอสดาตรามุส(ซ.3ค33.) ต้องการสลายการนับถือศาสนาของแต่ละศาสนาในมุมมองที่คับแคบให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยการปลุกกระแสสิ่งแวดล้อม องค์กรนั้นเป็นกลุ่มความเชื่อและศรัทธาใหม่ยิ่งใหญ่ระดับโลกจะมารวมโลกให้เป็นมหาเอกภาพหนึ่งเดียวกัน ด้วยจิตใจที่มีความเมตตาต่อผู้คนและสรรพสิ่ง ถ้าไม่รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังไปพร้อมกันทั่วโลก ภาพที่เห็นในภาพยนตร์ มหันตภัยล้างโลกก็เกิดไวขึ้น เชื่อพระอาจารย์จี้กงและพระโพธิสัตว์กวนอิมท่านมาสร้างรากฐานศาสนาพระศรีฯ ให้ปรากฎเป็นจริงท่านมีพระโองการฟ้ามาดำเนินงานอริยกิจมานานแล้ว จงคิดดี ทำดี ใช้ชีวิตในประจำวันเพื่อรักษาธรรมชาติ อย่าทำผิดศีลธรรม เพราะศีลธรรมก็เป็นคุณสมบัติธรรมชาติที่เรามองไม่เห็น ถ้าคนหมู่มากทำผิดศีลก็เกิดความไม่เป็นธรรม จึงทะเลาะกันอย่างที่เป็นอยู่ จงลดกิเลสตัณหาเพื่อเข้าถึงความเป็นพุทธะ (ความเมตตาความรัก)เราก็จะไปเกิดในยุคพระศรีอารียเมตตรัย รออีก5,000ล้านปี ถ้าเราไม่คิดทำตัวให้เป็นพุทธะ แล้วเราจะไม่ได้พบพระศรีฯหรอกเราจะไปชดใช้กรรมในนรก รออีกไม่นานวันพิพากษาโลกเพื่อเก็บกวาดเหล่าเวไนย........จะมาถึง.............เชื่อหรือไม่ตรองดู.....ศึกษาธรรมะให้เข้าใจ.........

ผู้แสดงความคิดเห็น หวัง (wangyihua555-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-10-18 10:20:50 IP : 58.10.134.175


ความเห็นที่ 24 (3065913)
avatar
สื่อจากพระศรีอารย์

จากการปฎิบัติธรรมของข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าเราใกล้ยุคพระศรีอารย์แล้วเพียงแต่จิตใจของคนเรายังไม่รับซึ่งมองไม่เห็นเองเหมือนคำกล่าวของท่านพุทธทาสที่ว่า  โลกพระศรีอารย์อยู่ที่ปลายจมูกส่วนโลกพระอรหันตือยู่บนหน้าผาก ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบได้ถึงแก่นแท้เลย  ถ้าท่านทั้งหลายบวชใจแล้วเข้าใจธรรมะจนหลุดพ้นอยู่เหนือโลกได้ท่านก็จะเป็นอิสระจากการกิเลสทั้งปวง ชีวิตที่เหลืออยู่การจะเป็นสุขแบบถาวรหรือเย็นเป็นนิพพานเท่านั้นเอง นิพพานไม่ใช้เรื่องยากหรือไกลตัวแต่อยู่ใกล้ตัวเราเอง

ถ้าเห็นแล้วจะมีมุมมองใหม่ของชีวิตจะปลอดโปร่งโล่งสบายใจทั้งวันทั้งคืน ลองบวชที่ใจดูนะคับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สื่อจากพระศรีอารย์ วันที่ตอบ 2009-10-19 22:45:14 IP : 61.90.64.146


ความเห็นที่ 25 (3068376)
avatar
ช่างสงสัย

กัมมุนา  วะตะตีโลโก

เรามีกรรมเป็นของตนเอง

จะพ้นจากกรรมนั้นไปไม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น ช่างสงสัย วันที่ตอบ 2009-10-27 10:08:03 IP : 61.7.142.7


ความเห็นที่ 26 (3068405)
avatar
ศรีอารย์

ข้อความถึง : พุทธศาสนิกชนทุกท่าน 

ข้อความถึง : พุทธศาสนิกชนทุกท่าน 

นิพพาน นั้น คืออะไร


"ผู้ใดกล่าวว่านิพพานนั้นมีอยู่ ผู้นั้นย่อมไปได้ไม่ถึงนิพพาน
 
แต่หากผู้ใดกล่าวว่านิพพานนั้นไม่มีอยู่ ก็จะหาทางเข้าสู่นิพพานไม่ได้
 
นิพพานนั้นไม่มี เราสมมุติชือมันว่า...นิพพาน"
 

"ทำดีอย่ายึดติดผลของความดี ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด (หมายถึงชั้นพรหมและเทวดา)

ไม่ทำความชั่ว ก็ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ หนทางนี้แล..ดับขันธ์..นิพพาน" 

ประกาศเตือน : 2552
 

โลกกำลังวุ่นวาย จงอยู่กันอย่างสงบ
 
รักษาศีล 5 ให้มั่น แล้วรอวันฟ้าใส
 
เราจะพาพวกเจ้าข้ามกาลียุค และมหันตภัย
 
ก้าวสู่อารยธรรมใหม่ ในโลกของ....ศรีอารย์
 

ศึกษา มรรค์มีองค์ 8 ให้ดี แล้วรอคำบอกกล่าวจากข้า
 
เจ้าจักบรรลุ... อรหัตตผล ในพริบตา
 

"ผลของบุญ.. ก็คือ บาปที่ยังไม่ได้ทำ
 
   ผลของกรรม.. สิ่งที่ยังไม่ได้ทำคือ (อภัย) ทาน"
 

การกลับมาของข้า.....เอหิภิกขุอุปสัมปทา
 
พุทธะ เรียกข้าว่า....อริยะ...เมตไตย
 

ธรรมรักษา..ทุกท่่านทุกคนเทอญ
 

(อชิตะเถระ ....พระนารายณ์)


นิพพาน นั้น คืออะไร


"ผู้ใดกล่าวว่านิพพานนั้นมีอยู่ ผู้นั้นย่อมไปได้ไม่ถึงนิพพาน
 
แต่หากผู้ใดกล่าวว่านิพพานนั้นไม่มีอยู่ ก็จะหาทางเข้าสู่นิพพานไม่ได้
 
นิพพานนั้นไม่มี เราสมมุติชือมันว่า...นิพพาน"
 

"ทำดีอย่ายึดติดผลของความดี ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด (หมายถึงชั้นพรหมและเทวดา)

ไม่ทำความชั่ว ก็ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ หนทางนี้แล..ดับขันธ์..นิพพาน" 

ประกาศเตือน : 2552
 

โลกกำลังวุ่นวาย จงอยู่กันอย่างสงบ
 
รักษาศีล 5 ให้มั่น แล้วรอวันฟ้าใส
 
เราจะพาพวกเจ้าข้ามกาลียุค และมหันตภัย
 
ก้าวสู่อารยธรรมใหม่ ในโลกของ....ศรีอารย์
 

ศึกษา มรรค์มีองค์ 8 ให้ดี แล้วรอคำบอกกล่าวจากข้า
 
เจ้าจักบรรลุ... อรหัตตผล ในพริบตา
 

"ผลของบุญ.. ก็คือ บาปที่ยังไม่ได้ทำ
 
   ผลของกรรม.. สิ่งที่ยังไม่ได้ทำคือ (อภัย) ทาน"
 

การกลับมาของข้า.....เอหิภิกขุอุปสัมปทา
 
พุทธะ เรียกข้าว่า....อริยะ...เมตไตย
 

ธรรมรักษา..ทุกท่่านทุกคนเทอญ
 

(อชิตะเถระ ....พระนารายณ์)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ วันที่ตอบ 2009-10-27 11:15:19 IP : 202.28.52.221


ความเห็นที่ 27 (3068407)
avatar
ศรีอารย์

 เรียน  พุทธศาสนิกชนทุกท่าน

เรื่อง   ติดต่อขอรับหนังสือ

 

           ขอเชิญพุทธศาสนานิกชนทุกท่าน ติดต่อขอรับหนังสือ พุทธศาสนา

( พระศรีอริยเมตไตย )  เพื่อใช้เป็นหลักในการปฎิบัติธรรม อริยสัจ ๔

มรรคมีองค์    เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางเข้าสู่นิพพาน

และหลักการที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา    

           ติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ คุณจิ๋ม  หมายเลขโทรศัพท์ 086-9705523

หลัง 18.00 น   

           และร่วมบริจาคเพื่อเป็นค่าจัดทำหนังสือเพื่อแจกจ่ายให้แก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป ได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย  สาขาประตูน้ำพระอินทร์

เลขที่บัญชี  146 2 87888 1

 

            และร่วมอนุโมทนาความดีนี้ได้ที่        sriaran_2009@thaimail.com     (เราจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว)

 

                                                       จงอดโทษให้เขา    ก่อนเราจะร่วมมือ

                                                        จงเป็นผู้ให้            ก่อนจะถูกใช้คำว่า ยืม

                                                        จงเป็นคนไม่ลืม     จะได้เลิกแสวงหา

                                                        ท่านทั้งหลายจะได้รู้จักใจที่เป็น  อนัตตา

                                                        ที่ท่านชอบพูดว่า....... ไม่มีตัวตน                

 

                                                                                                ธรรมรักษาทุกท่าน ทุกคนเทอญ

                                                                                                                                     ศรีอารย์

                           

                                                                                                

 

ปล.  อยากเจอเรา   จงอย่าตามหาเรา     ผู้ใดเห็นธรรม......ผู้นั้นย่อมได้เห็นเรา

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ (sriaran_2009-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-10-27 11:19:18 IP : 202.28.52.221


ความเห็นที่ 28 (3072342)
avatar
คนเคยเห็นพระศรีอาริ

พระศรีอาริยะเมตตรัยอ่ามาเกิดแล้วรอครบยี่สิบห้าพระชันษาในปี2555แต่ตอนนี้พระศรียังรับกับตัวเองไม่ได้เพราะท่านเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นรอใหพ.ศ.2555ก่อนแล้วท่านก็จะช่วยเราได้ ท่านรอเป็นนายกอยู่อิอิ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเคยเห็นพระศรีอาริ วันที่ตอบ 2009-11-05 13:14:25 IP : 113.53.56.186


ความเห็นที่ 29 (3072343)
avatar
คนเคยเห็นพระศรีอาริ

พระศรีอาริยะเมตตรัยอ่ามาเกิดแล้วรอครบยี่สิบห้าพระชันษาในปี2555แต่ตอนนี้พระศรียังรับกับตัวเองไม่ได้เพราะท่านเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นรอใหพ.ศ.2555ก่อนแล้วท่านก็จะช่วยเราได้ ท่านรอเป็นนายกอยู่อิอิ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเคยเห็นพระศรีอาริ วันที่ตอบ 2009-11-05 13:14:30 IP : 113.53.56.186


ความเห็นที่ 30 (3073103)
avatar
moo k.r thai

 

อะไรจะเกิดก้อต้องเกิดหมั่นสร้างความดีไว้เยอะ

ผู้แสดงความคิดเห็น moo k.r thai วันที่ตอบ 2009-11-07 16:06:01 IP : 117.19.96.29


ความเห็นที่ 31 (3141963)
avatar
สับสนปายหมดแร้ววว

แล้วใครคือองค์จริงอ่า เห็นมีเยอะมากเลย หรือว่าใช่ทั้งหมดอ่า งงๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น สับสนปายหมดแร้ววว วันที่ตอบ 2009-12-30 14:31:12 IP : 115.87.27.93


ความเห็นที่ 32 (3141965)
avatar
สับสนปายหมดแร้ววว

เราว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้ทุกคนนิพพานไปเลยดีกว่าอ่า  แบบปฏิบัติจริงจังอ่า จาได้ไม่ต้องมาเกิดกานอีก ไม่เบื่อมั่งเหรอ เกิดกันมาตั้งหลายชาติแล้วอ่า ที่เคยตกนรกกันมาก้อมะรู้ตั้งกี่ขุมกัน นรกเค้าลงโทษให้เราเข็ดกาน แต่เราก้อยังมะเข็ด เกิดปุ๊บก้อลืมเรื่องนรกปายหมดแระว่ามันทรมานยังงาย พอลืมแระก้อยังอยากจาเกิดกานอีก พักกันด้ายแร้ว เกิดแล้วเหนื่อยๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น สับสนปายหมดแร้ววว วันที่ตอบ 2009-12-30 14:38:52 IP : 124.121.180.249


ความเห็นที่ 33 (3141966)
avatar
สับสนนนนนนนนนนนนนน มาก

สุดท้ายเราก้อต้องพึ่งตัวเองนี่นาช่ายป่าวอ่า

ผู้แสดงความคิดเห็น สับสนนนนนนนนนนนนนน มาก วันที่ตอบ 2009-12-30 14:41:35 IP : 115.87.27.93


ความเห็นที่ 34 (3161937)
avatar
ศรีอารย์

 

ประกาศเตือน : 2553
โลกกำลังวุ่นว่าย จงอยู่กันอย่างสงบ
รักษาศีล 5 ให้มั่น แล้วรอวันฟ้าใส
เราจะพาพวกเจ้าข้ามกาลียุคและมหันตภัย
เข้าสู่อารยธรรมใหม่ในโลกของศรีอารย์
 
      โอวาทปาฎิโมกข์
การไม่ทำบาปทั้งปวง   คือ การเป็นคนดี มีศีลธรรม
การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การเป็นตัวอย่างที่ดี และสอนคนเป็นคนดี
การชำระจิตชองตนให้ขาวรอบ คือ การมองโลกในแง่ดี
ธรรม 3 อย่างนี้คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
“เพราะฉะนั้น จงคิดดี พูดดี ทำดี มองโลกในแง่ดี 
และที่สำคัญ ทำแต่พอดี นี่แหล่ะ มรรคมีองค์ 8 หรือ ทางสายกลาง
 
“ทำความดีอย่ายึดติดผลของความดี
ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด (หมายถึง ชั้นเทวดาและชั้นพรหม)
ไม่ทำความชั่วก็ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ
หนทางนี้แล ดับขันธ์นิพพาน”
 
“ไม่ว่าจะแต่งกายแบบใดเป็นผู้มีความสำรวม กาย วาจา ใจ
ซื่อสัตย์ ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายใคร
รักษาสัจจะ ผู้นั่นเป็น ภิกษุ เป็น สมณะ”
       
                            
แด่ผู้ไม่รู้ทั้งหลาย เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
ความโศกเศร้าเป็นโมฆะ   เพราะธรรมมะสอนคนได้
ความร่ำไรจางหาย            เพราะได้สวดมนต์คู่ลูกชาย
ความไม่สบายใจสูญหาย เพราะลูกได้ผ้าเหลืองห่มกาย
ความไม่สบายใจสละสิ้น เพราะมีลูกเป็นครูสอนศาสนา
ทุกข์เบื้องนี้ไม่มีอีกแล้ว     เพราะได้ชุบเลี้ยงสาวกของศาสดา
ทุกข์เบื้องหน้าไม่รอ          เพราะมีพระอรหันต์เดินนำหน้า
ธรรม...จะนำพา   พ่อแม่เจ้าเข้านิพพาน
“ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พ่อแม่หมดทุกข์ได้แล้ว เท่ากับการที่ท่านได้เลี้ยงลูกคนหนึ่งให้เป็นคนดี
และไม่มีอะไรที่ดีกว่า เท่ากับ การที่ลูกเป็นคนดีและสอนคนอื่นให้เป็นคนดีตามไปด้วย”
 
   “รู้จักที่จะมองโลกในแง่ดี และมีไมตรีต่อผู้อื่น”
    “ต่ออายุให้โลกใหม่ ด้วยการใส่ใจสิ่งแวดล้อม”
                                              ธรรมะรักษาทุกท่านทุกคนเทอญ
                                  การกลับมาของข้า....เอหิภิกขุอุปสัมปทา
                                         พุทธะ...เรียกข้าว่า....อริยะ..เมตไตย
                                                     ( นารายณ์... ผู้รักษา)   
ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ วันที่ตอบ 2010-03-12 15:33:11 IP : 202.28.52.221


ความเห็นที่ 35 (3162167)
avatar
ศรีอารย์

ประกาศเตือน : 2553
โลกกำลังวุ่นว่าย จงอยู่กันอย่างสงบ
รักษาศีล 5 ให้มั่น แล้วรอวันฟ้าใส
เราจะพาพวกเจ้าข้ามกาลียุคและมหันตภัย
เข้าสู่อารยธรรมใหม่ในโลกของศรีอารย์

โอวาทปาฎิโมกข์
การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การเป็นคนดี มีศีลธรรม
การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การเป็นตัวอย่างที่ดี และสอนคนเป็นคนดี
การชำระจิตชองตนให้ขาวรอบ คือ การมองโลกในแง่ดี
ธรรม 3 อย่างนี้คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
“เพราะฉะนั้น จงคิดดี พูดดี ทำดี มองโลกในแง่ดี
และที่สำคัญ ทำแต่พอดี นี่แหล่ะ มรรคมีองค์ 8 หรือ ทางสายกลาง

“ทำความดีอย่ายึดติดผลของความดี
ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด (หมายถึง ชั้นเทวดาและชั้นพรหม)
ไม่ทำความชั่วก็ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ
หนทางนี้แล ดับขันธ์นิพพาน”

“ไม่ว่าจะแต่งกายแบบใดเป็นผู้มีความสำรวม กาย วาจา ใจ
ซื่อสัตย์ ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายใคร
รักษาสัจจะ ผู้นั่นเป็น ภิกษุ เป็น สมณะ”


แด่ผู้ไม่รู้ทั้งหลาย เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
ความโศกเศร้าเป็นโมฆะ เพราะธรรมมะสอนคนได้
ความร่ำไรจางหาย เพราะได้สวดมนต์คู่ลูกชาย
ความไม่สบายใจสูญหาย เพราะลูกได้ผ้าเหลืองห่มกาย
ความไม่สบายใจสละสิ้น เพราะมีลูกเป็นครูสอนศาสนา
ทุกข์เบื้องนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะได้ชุบเลี้ยงสาวกของศาสดา
ทุกข์เบื้องหน้าไม่รอ เพราะมีพระอรหันต์เดินนำหน้า
ธรรม...จะนำพา พ่อแม่เจ้าเข้านิพพาน
“ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พ่อแม่หมดทุกข์ได้แล้ว เท่ากับการที่ท่านได้เลี้ยงลูกคนหนึ่งให้เป็นคนดี
และไม่มีอะไรที่ดีกว่า เท่ากับ การที่ลูกเป็นคนดีและสอนคนอื่นให้เป็นคนดีตามไปด้วย”

“รู้จักที่จะมองโลกในแง่ดี และมีไมตรีต่อผู้อื่น”
“ต่ออายุให้โลกใหม่ ด้วยการใส่ใจสิ่งแวดล้อม”
ธรรมะรักษาทุกท่านทุกคนเทอญ
การกลับมาของข้า....เอหิภิกขุอุปสัมปทา
พุทธะ...เรียกข้าว่า....อริยะ..เมตไตย
( นารายณ์... ผู้รักษา)

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ วันที่ตอบ 2010-03-13 14:47:46 IP : 202.28.52.221


ความเห็นที่ 36 (3163204)
avatar
ศรีอารย์

 อริยสัจ ๔ (ความจริงอันประเสริฐ)
๑. ทุกข์ ...ทุกข์ คือความไม่สบายกาย ไม่สบายใจต่าง ๆ เพราะเป็นของทนได้ยาก
๒. ทุกขสมุทัย   ...สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ได้แก่ตัณหาความทะยานอยาก
๓. ทุกขนิโรธ          ..นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับตัณหาได้หมดสิ้น
๔. ทุกขนิโรธคามินีปฎิปทา ... มรรค คือ ข้อปฎิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่มรรค์มีองค์ ๘

ความทะยานอยาก หมกมุ่นในกามคุณ  ๑
การปฏิบัติเพื่อทรมาณหรือเบียดเบียนตัวเอง และผู้อื่นให้เดือนร้อน ๑
...การกระทำทั้งสองอย่างนี้ ...มิใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์

“บุคคลผู้มีสติ ยังไม่พ้นเวร  การควบคุมสติเพื่อให้เกิดปัญญารู้ชัดตามสภาวะ
  ธรรมที่แท้จริง  จึงได้ชื่อว่า ผู้พ้นบ่วงแห่งมาร”

“ม้าพันธุ์ดี..โดนแส้เพียงแค่ครั้งเดียว   ย่อมวิ่งแล่นไปถึงเส้นชัย
  บุคคลผู้รู้การเกิดนี่เป็นทุกข์เพียงแค่ครั้งเดียว  ย่อมเข้าถึง..นิพพาน”

โลกุตระธรรม  ทั้ง  ๙
นิพพาน  นั้นคืออะไร
 ผู้ใดกล่าวว่านิพพานนั้นมีอยู่  ผู้นั้นย่อมไปได้ไม่ถึงนิพพาน
 แต่หากผู้ใดกล่าวว่านิพพานนั้นไม่มีอยู่  ก็จะหาหนทางเข้าสู่นิพพานไม่ได้
 นิพพานนั้นไม่มี  เราสมมุติชื่อมันว่า  นิพพาน

นิพพาน  นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
            ธรรมทาน  อามิสทาน  อภัยทาน
            ธาตุดิน  ธาตุน้ำ  ธาตุลม  ธาตุไฟ  อากาศธาตุ  วิญญาณธาตุ
            พรหมโลก  เทวโลก  มนุษย์  อบายภูมิ
ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม  ธาตุไฟ  คือ  ร่างกายเรา
อากาศธาตุ  คือ  อากาศรอบตัวเรา
วิญญาณธาตุ  คือ  ธาตุรู้
 ธรรมทาน  นั้นมีอานิสงส์สูงสุด  เวลาตัวเราแสดงธรรม (ตัวเรา หมายถึง  ธาตุดิน  น้ำ  ลม ไฟ)
ธาตุที่ออกจากกายเรานั้นคือ  ธาตุลม  เมื่อธาตุลม  ออกมาจากร่าง  ก็สลายตัวออกไปกับอากาศธาตุ  ธรรมนั้นก็กลายเป็นอนัตตา  นั้นหมายความว่า  สภาวะโลกกับสภาวธรรมนั้นย่อมไปในทางเดียวกัน  ท้าวเวชสุวรรณมีสมุดบันทึกบัญชีอยู่เล่มหนึ่ง  ด้านหนึ่งบันทึกความดี  อีกด้านหนึ่งบันทึกความชั่วของคนๆ  หนึ่งไว้  เมื่อธรรมกลายเป็นอนัตตา  หรือสลายตัวไปในบรรยากาศโลก  วิญญาณที่เป็นตัวรู้ก็ไม่สามารถส่งสัญญาณไปยังสมุดบันทึกบัญชีของท้าวเวชสุวรรณได้  เมื่อตัวเราตายไป  ก็สลายตัวกลับสู่สภาวะโลก  (คือการสลายตัว  ของธาตุทั้ง  ๔  คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ)  เมื่อวิญญาณไม่มีธาตุตัวรู้ที่จะไปเกิดยังภพภูมิต่างๆ  วิญญาณนั้นก็ดับลง  เมื่อวิญญาณดับลง  จิตก็ดับตาม  นี่คือวิธีการที่พระพุทธเจ้าใช้ในการเข้าสู่นิพพาน  คือ  การใช้จิตที่บริสุทธิ์และวิธีการสั่งสอนคนเพื่อให้เป็นคนดีนั่นเอง  เป็นการส่งต่อระหว่างขันธ์ต่อขันธ์  เพราะสุดท้ายทุกคนย่อมตายเหมือนกัน
        นี่คือวิธีการที่ลบรูปลบนาม  ดับสนิทไม่มีส่วนเหลืออย่างแท้จริง
         สุดท้ายก็กลายเป็นการหลับสนิท  ไม่ตื่นขึ้นมาพบกับความทุกข์อีก


เปรียบเหมือนเวลาที่เราอยู่เฉยๆ  โดยไม่ได้ทำอะไร  เมื่อเราไม่ทำความดี  ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้เราไปเกิด  (หมายถึง  ภูมิของชั้นเทวดาและชั้นพรหม)  หากเราไม่ทำความชั่ว  ก็ไม่ตกไปยังอบายภูมิ  แต่จะทำอย่างไรเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่  พระพุทธเจ้าก็เลยให้เราอยู่โดยการเดินทางตามมรรคมีองค์  ๘  ก็คือทางแห่งการพ้นทุกข์
๑.   ความเห็นถูกต้องที่จะเดินตามอริยสัจ  ๔  (มรรคมีองค์  ๘)
๒.  ความดำริชอบ
 * ในการออกจากกาม
 * ในการไม่มุ่งร้าย
 * ในการไม่เบียดเบียน
๓.การพูดจาชอบ
 * ไม่พูดเท็จ     
 * ไม่พูดคำหยาบ         
 * ไม่พูดส่อเสียด    
 * ไม่พูดเพ้อเจ้อ    
๔.  การทำการงานชอบ    
 * เว้นจากการฆ่าสัตว์    
 * เว้นจากการลักทรัพย์
 * เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๕.  การเลี้ยงชีวิตชอบ
 * ความซื่อสัตย์สุจริต
๖.  ความพากเพียรชอบ
 * ความเพียรที่จะเผากิเลส
๗.  ความระลึกชอบ
 * ความรู้ที่มีสิ่งกระทบ  แล้วถอนความพอใจและไม่พอใจออกเสีย
๘.  ความตั้งใจมั่นชอบ
 * นั่นคือ  สมาธิ
 
ในอริยมรรค ๑ ๒ ๓ ๔ ๕  นั้นทำความเข้าใจง่าย  (ก็คือศีลมาตรฐาน หรือ ศีล ๕ และสติปัฎฐาน ๔ )  ส่วน อริยมรรค ๖ ๗ และ ๘  ที่จะอธิบายต่อไปนี้  ก็คือ  มหาสติปัฏฐานสูตร นั่นเอง

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ  ระหว่างสติปัฏฐาน ๔ กับมหาสติปัฏฐานสูตรก่อน  ว่ามันต่างกันอย่างไร
สติปัฏฐาน  ๔  คือ  การรู้ว่าตัวเรารู้สึกอย่างไร
มหาสติปัฏฐานสูตร  คือ  สิ่งใดที่เข้ามากระทบกับตัวเราแล้วทำให้เรารู้สึกสุขหรือทุกข์


สติปัฏฐาน  ๔                                                                                                                                   
กาย     สุข  หรือ  ทุกข์ อุเบกขา   
เวทนา    สุข  หรือ  ทุกข์ อุเบกขา 
จิต     กุศลหรืออกุศล อุเบกขา 
ธรรม    กุศลหรืออกุศล อุเบกขา 

 มหาสติปัฎฐานสูตร
กายในกาย 
เวทนาในเวทนา
จิตในจิต
ธรรมในธรรม
 เป็นการจับคู่ของอายตนะภายนอกซึ่งส่งต่อมายังอายตนะภายใน (อาการ 12)  ซึ่งทำให้เราเห็นจิตที่เป็นกุศลและอกุศลอย่างชัดเจน  
อายตนะ  ๑๒  คือ
 ตา สิ่งที่มากระทบคือ    รูป
 หู สิ่งที่มากระทบคือ    เสียง
 จมูก สิ่งที่มากระทบคือ    กลิ่น
 ลิ้น สิ่งที่มากระทบคือ    รส
 กาย สิ่งที่มากระทบคือ    สัมผัส
 ใจ สิ่งที่มากระทบคือ    อารมณ์
มหาสติปัฏฐาน  ๔  จะเปรียบเทียบถึงอาหารจานหนึ่งให้ฟัง
     
     รูปไม่สวยแต่อาหารอร่อย      รูปสวยแต่อาหารไม่อร่อย
     รูปไม่สวยอาหารก็ไม่อร่อย    รูปสวยอาหารก็อร่อย

จะเปรียบเทียบ  ในสูตรของรูปไม่สวยแต่อาหารอร่อยให้พิจารณา
 เมื่อเราเข้าไปร้านอาหารร้านหนึ่ง  เมื่ออาหารมาอยู่ตรงหน้า  กับมองเห็นรูปที่ไม่สวย (หมายถึงทำไม่น่ากิน)  เกิดสัมผัสแรกคือทางตา  ทำให้จิตเราคิดไปว่า  ทำไม่น่ากินคงจะไม่อร่อย  แต่เมื่อเราลองกินเข้าไปแล้ว  อาหารกับอร่อย  ซึ่งไม่เหมือนกับความรู้สึกแรก  นั่นคือการที่เราไปปรุงแต่งรูป  ทำให้เกิดทุกข์  แต่เมื่อเรากินข้าวไปแล้ว  ลิ้นเมื่อลองรสแล้วรู้สึกอร่อย  ก็เปลี่ยนเป็นความรู้สึกทางด้านความสุข  เพราะฉะนั้นเราจะเห็นการพิจารณากายในกาย  ก็คือ  ตาทำหน้าที่ปรุงแต่งด้านทุกข์  ส่วนลิ้นทำหน้าที่รับความสุข  สุขและทุกข์นั้นแหละ  คือเวทนาในเวทนา  จิตสองตัวก็จะทำหน้าที่สลับกัน คือสุข ก็คือกุศล  และทุกข์  ก็คืออกุศล  จิตที่เป็นกุศลและอกุศลนั้นแหละก็คือ  ธรรมในธรรมและนี่คือ  มรรค  ๗   (ความระลึกชอบ)  ก็คือ  ฝ่ายหนึ่งคือความพอใจ  อีกฝ่ายหนึ่ง  คือความไม่พอใจ  เราจึงถอนความพอใจ  และความไม่พอใจออกพร้อมกันในคราวเดียว  ชี้ให้เห็นว่าการที่เราเอาจิตไปสัมผัสอะไรสักอย่าง  มันจะต้องมีทั้งสุขและทุกข์  คือเราจะรู้สึกทุกข์และเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์  (ซึ่งเราเป็นผู้ปรุงแต่งมันทั้งสิ้น)
* แต่เมื่อเรา  เจอทั้งรูปสวยและอาหารอร่อย  ก็คือ  เป็นกุศลทั้งสองฝั่ง  เราควรพอกพูนอาการนั้นไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นยากในโลกใบนี้
* แต่เมื่อเรา  เจอรูปไม่สวยแต่อาหารอร่อย  ก็คือ  ฝึกให้เราไม่ปรุงแต่งทางตา  เพราะเอตักตา  หรือตัวรู้นั้นมีให้รู้ว่า  เนื้อแท้ของสิ่งๆ  นั้นคืออะไร  คือคุณค่าที่แท้จริงของอาหาร  คือ  ความอร่อยและประโยชน์ที่ได้รับ
* แต่เมื่อเรา  เจอรูปสวยแต่อาหารไม่อร่อย (โดยจิตปกติของมนุษย์จะคิดว่า  เมื่อรูปสวยอาหารต้องอร่อยแน่  นั่นแหล่ะ ! ที่เราเรียกว่าการยึดมั่นถือมั่นในรูป)  แต่เพียงแค่เราเข้าไปลองชิมครั้งเดียว  เราก็ไม่อยากเข้าอีก (แต่ก็ยังคงมีคนหลงในรูปเข้าไปกิน  แต่ไม่นานร้านนี้ก็จะถูกปิด)
* แต่เมื่อเรา  เจอทั้งรูปไม่สวยและอาหารไม่อร่อย  ร้านนั้นจะถูกปิดในไม่ช้า  นั้นหมายถึง  เป็นอกุศลทั้งรูปและนามและนี่คือ  มรรค  ๖  (ความเพียรชอบ)  ที่จะละอกุศลธรรมที่เกิด  ไม่ให้เกิดขึ้น  และประคองกุศลธรรมที่เกิดขึ้น
 เพราะฉะนั้นหลักพุทธศาสนาที่ถูกก็คือ  ให้เราอยู่กับสิ่งดี  แล้วหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ไม่ดี  ดั่งปรากฏในมงคล  ๓๘  ว่า
การไม่คบคนพาล ๑  การคบบัณฑิต ๑ บูชาคนที่ควรบูชา ๑ 
อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ๑  ทำความดีไว้ให้พร้อม ๑  ตั้งตนไว้ในที่ชอบ ๑
เล่าเรียนศึกษามาก ๑  มีความชำนาญในวิชาชีพของตน ๑  มีระเบียบวินัย ๑  รู้จักใช้วาจาให้ได้ผลดี ๑
บำรุงบิดามารดา ๑  สงเคราะห์บุตร ๑  สงเคราะห์ภรรยา ๑  ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ๑
บริจาคสงเคราะห์และบำเพ็ญประโยชน์ ๑  ดำรงอยู่ในศีลธรรม ๑  สงเคราะห์ญาติ ๑  อาชีพสุจริต
กิจกรรมที่มีประโยชน์ ๑ 
เว้นจากความชั่ว ๑  เว้นจากสิ่งเสพติด ๑  ไม่ประมาทในธรรม ๑  รู้จักคุณค่าบุคคลและสิ่งของ ๑  ความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ๑  ความสันโดษพึงพอใจในผลสำเร็จและปัจจัยที่หามาได้ด้วยความพยายามของตนเองโดยชอบธรรม ๑  มีความกตัญญู ๑  หาโอกาสฟังธรรมแสวงหาหลักความจริง ๑ 
มีความอดทน ๑  เป็นผู้ว่านอนสอนง่ายฟังเหตุผล ๑  พบเห็นสมณะเข้าเยี่ยมเยียน ๑  สนทนาธรรมตามกาลเวลา ๑ 
รู้จักควบคุมตนเอง ๑  ประพฤติพรหมจรรย์ ๑  รู้แจ้งอริยสัจสี่ ๑  ทำพระนิพพานให้แจ้ง ๑
ถูกโลกธรรมจิตไม่หวั่นไหว ๑  จิตไร้เศร้า ๑  จิตปราศจากธุลี ๑  จิตเกษม ๑ 
นี่เป็นมงคลอันอุดม  เทวมนุษย์ทั้งหลายกระทำมงคลเช่นนี้แล้วย่อมเป็นผู้ไม่ปราชัยในทุกสถาน  ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง  นี้คืออุดมมงคลของเทวมนุษย์เหล่านั้น
 เหมือนกับการที่ท่านให้เราเพ่งน้ำ  เพื่อให้เกิดสมาธิ  แต่หลายคนเพ่งก็อยากมีอิทธิฤทธิ์   แต่แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าให้เราฝึกสมาธิ  ซึ่งเป็นสมถกรรมฐาน  ซึ่งจะยกตัวเองขึ้นสู่วิปัสสนากรรมฐานต่อไป  คือเมื่อเรามองดูน้ำแล้ว  ก็ให้เรารู้ว่าประโยชน์ของน้ำนั้นใช้ดื่มกิน  พระพุทธองค์ไม่ให้เราเอาเศษขยะและถ่ายอุจจาระปัสสาวะลงในแม่น้ำลำคลอง  เพราะจะทำให้น้ำสกปรก  พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เราใช้เครื่องกรองน้ำ  เพื่อกรองเอาสิ่งสกปรกออกจากน้ำให้เราดื่มกิน  นั่นหมายถึงท่านให้เรานำสิ่งที่ดีเข้าตัว  แล้วกรองนำสิ่งที่ชั่วออกไป  พระพุทธองค์ไม่เอาสิ่งที่เป็นกุศลและอกุศลให้ปนเปื้อนกัน  และการแยกแยะเหล่านี้แหล่ะคือที่มาของศีล
 เพราะแท้จริงแล้ว  การรักษาศีลหรือพรหมจรรย์  คือความปกติที่ดีของชีวิต  โดยมีหิริโอตตัปปะ  (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป)  เป็นตัวสติ  (ความระลึกรู้)  เพื่อไม่ให้เราละเมิดศีล  ซึ่งเปรียบเหมือนรั้วกั้นไม่ให้เราไม่ตกไปในที่ชั่ว  (อบายภูมิ) 
 
                               “ศีล เป็นเยี่ยมที่สุดในโลก”
             อย่าได้เชื่อถือ     ตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา ๑
             อย่าได้เชื่อถือ     ตามถ้อยคำสืบ ๆ กันมา ๑
             อย่าได้เชื่อถือ    โดยตื่นข่าวว่าได้ยินอย่างนี้ ๑
             อย่าได้เชื่อถือ    โดยอ้างตำรา ๑
              อย่าได้เชื่อถือ    โดยเดาเอาเอง ๑
              อย่าได้เชื่อถือ    โดยคาดคะเน ๑
              อย่าได้เชื่อถือ    โดยความตรึกตามอาการ ๑
              อย่าได้เชื่อถือ    โดยชอบใจว่าต้องกับทิฐิของตัว ๑
              อย่าได้เชื่อถือ    โดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ ๑
              อย่าได้เชื่อถือ    โดยความนับถือว่าสมณะนี้คือครูของเรา ๑
              เมื่อใด พึงรู้ด้วยตนเองว่าธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษเป็นต้นแล้วจึงควรละหรือเข้าถึงธรรมนั้น             

ต่อไปเราจะใช้อริยมรรค  ๖  และ  ๗  ทำให้เกิดอริยมรรค  ๘  นั่นคือฌานทั้ง ๔  และวิปัสสนาญาณทั้ง ๑๖  กรรมฐาน
ฌาน ๑    ปฐมฌาน  วิตก วิจารณ์ ปิติ สุข 
ฌาน ๒    ทุติยฌาน ปิติ สุข  
ฌาน ๓    ตติยฌาน วางเฉย สติ ปกติ    แสวงสุขด้วย  นามกาย (ความสุขใจ)                                                                          ฌาน ๔    จตุตถฌาน เพราะละสุข ละทุกข์เสียได้ 
    เพราะรู้ว่าธรรมชาติเป็นอย่างนั้น 
    ประโยชน์ของมันคือสิ่งๆ  นั้น 
    กุศลธรรมในตัวมันคือสิ่งนั้น 
                                                                                              
 ๑.รู้จำแนกรูปและนาม
๒. รู้เหตุปัจจัยของรูปนาม
 ๓. พิจารณารูปนามโดยความเป็นไตรลักษณ์
  ๔. ตามเห็นความเกิดดับของสังขาร
 ๕.  ตามเห็นความดับหลายของสังขาร
 ๖. เห็นสังขารปรากฏเป็นของน่ากลัว
 ๗.  เห็นสังขารทั้งปวงว่าเป็นทุกข์
 ๘.  เกิดความเบื่อหน่ายคลายความกำหนัด
๙. ปรารถนาจะพ้นไปเสียจากสังขาร เหล่านั้น ๑๐. พิจารณามองหาอุบายออกจากทุกข์      (การมองโลกในแง่ดี)                     ๑๑. พิจารณาความวางเฉยโดยความเป็นกลาง                ๑๒. หยั่งรู้ความวางเฉยความเป็นไตรลักษณ์  ๑๓.ข้ามพ้นจากภาวะปุถุชนเข้าสู่อริยะบุคคล ๑๔.ความหยั่งรู้ความสำเร็จของบุคคลในแต่ละขั้น              ๑๕.  ความหยั่งรู่ที่เป็นผลสำเร็จของพระอริยะบุคคลในขั้นนั้น   ๑๖.  พิจารณาทบทวนกิเลสที่ละได้และกิเลส ที่เหลือ 
 ย้อนกลับไปในเรื่องการพิจารณาในเรื่องของอาหาร  เราจะเห็นสิ่งต่างๆ  อย่างชัดเจน  ทั้งการปรุงแต่งทั้งรูปและนาม  นั่นก็คือการจำแนกรูปและนามอย่างชัดเจน  หรือฌาน  ๑  ก็คือ  วิตก วิจารณ์  การปรุงแต่งทางตา  และการปรุงแต่งทางลิ้น  การบรรลุธรรมนั้น  ไวยิ่งกว่าแมลงกระพือปลีก  เมื่อเราใช้การนำเอากุศลมาซ้อนทับอกุศลไม่ให้เกิด  ก็คือให้พิจารณา  ถึงแม้รูปจะไม่สวย  แต่อาหารก็อร่อย  นั้นคือตัวรู้ของประโยชน์ในสิ่งนั้นอย่างแท้จริง จะไม่สนใจในรูปเพราะเราเข้าใจธรรมชาติของมัน แล้วก็ละตัวรู้นั้น (เหมือนเมื่อเรากินอาหารเข้าไปแล้ว ในคำแรก รู้ว่ารสชาติมันอร่อย คำต่อไปก็ไม่ต้องพิจารณาอีก) ดั่งที่กล่าวมาข้างต้น  ฌาน ๑ ถึง ๔  จะทำงานโดยอัตโนมัติ  พร้อมกับวิปัสสนาฌานตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๖  ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ  เช่นกันกล่าวง่ายๆ  ก็คือว่า  การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ 
ก็คือการมองโลกในแง่ดี  อริยะอยู่ที่ใจ  (มิใช่ที่ผ้า  มันเป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น)
 การไม่ทำบาปทั้งปวง    ก็คือ การเป็นคนดี
 การทำกุศลให้ถึงพร้อม    ก็คือ เป็นตัวอย่างที่ดี  และสอนคนเป็นคนดี การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ  ก็คือ การมองโลกในแง่ดี
 ธรรม  ๓  อย่างนี้  คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
 ขันติคือความอดกลั้น,  เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง,
 ผู้รู้ทั้งหลาย,  กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอย่างยิ่ง,
 ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่  ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย,
 ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่  ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย,
 การไม่พูดร้าย,  การไม่ทำร้าย,
 การสำรวมในปาติโมกข์,
 ความเป็นผู้รู้ประมาณ  ในการบริโภค,
 การนอน  การนั่ง  ในที่อันสงัด,
 ความหมั่นประกอบ  ในการทำจิตให้ยิ่ง,
 ธรรม  ๖  อย่างนี้,  เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย,
นั่นคือโลกุตรธรรม  ๘
ส่วนโลกุตรธรรม  ๙  ก็คือ  การที่เราเจอสิ่งที่ดีเป็นเรื่องปกติ  และไม่ทำชั่วเป็นเรื่องปกติ  ให้สิ่งที่ดีเป็นสิ่งปกติในชีวิตประจำวัน  จนกลายเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตของเรา  จนเกิดความเบื่อหน่าย  เพราะรู้แจ้งแล้วว่ามีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีซ่อนอยู่ในตัวมัน  ก็จะเกิดความเบื่อหน่าย  คลายความกำหนัด  จงทำความดีแต่พอดี  ก็จะไม่ยึดติดผลของความดี  อย่าทำจนกลายเป็นแข่งดี  เสร็จแล้ว  ก็มาทะเลาะกันว่าเราดีกว่า  กลายเป็นพูดส่อเสียด  ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันอีก  การที่ทำคนดีให้แตกแยกกันนั้น  ถือว่าเป็นกรรมหนัก  ตามหลักพุทธศาสนา  ห้ามสวรรค์และนิพพาน  จะเห็นได้ว่า  แม้ความดีที่มนุษย์พากเพียรทำ  ก็ยังเป็นกิเลสตัวสำคัญของมนุษย์
 คิดดี  พูดดี  ทำดี  มองโลกในแง่ดี  ที่สำคัญทำแต่พอดี  นั่นแหล่ะที่เราเรียกกันว่า ทางสายกลาง
โสดาบัน    นั้นหมายถึง คนทำผิดและยอมรับผิด (ย่อมปิดอบายภูมิ)
สกิทาคามี  นั่นหมายถึง เริ่มเลิกทำผิด  แต่ยังพลาดไปบ้างเพราะยังขาดสมาธิในการควบคุมสติ
อนาคามี     นั่นหมายถึง คนที่ดีแล้วแต่สอนคนอื่นไม่ได้  เทียบกับสมาธิค่อนข้างดี  แต่ยังขาดปัญญา ในการนำพาผู้อื่น
อรหันต์      นั่นหมายถึง คนดีที่สอนคนอื่นได้  เทียบกับสมาธิที่ดีเยี่ยม ประกอบกับปัญญา  นำพาคนหลุดพ้นข้ามอวิชชาไปได้               

เมื่อคนที่ทำผิดแล้วยอมรับผิด  ไม่นานเขาก็มีความละอายและความสำนึก สิ่งๆ นี้  เขาจึงต้องรู้จักควบคุมตัวเองและมีสมาธิที่ดีขึ้น  และสุดท้ายเขาก็จะกลายเป็นอรหันต์ได้ในไม่ช้า

บุคคลละธรรม  ๑๐  อย่างได้ควรเป็นอรหันต์
ความกำหนัดยินดี ๑ ความคิดประทุษร้าย ๑
ความหลง ๑  ความโกรธ ๑
ความผูกโกรธ ๑ ความลบหลู่บุญคุณท่าน ๑
ความตีเสมอ ๑ ความริษยา ๑
ความตระหนี่ ๑ ความถือตัว ๑


“ผมหงอก พรรษามาก ไม่ได้ทำให้เป็นพระเถระเพราะเพียงอายุมากอาจเรียกได้ว่า  คนแก่เปล่า ผู้ใดมีสัจจะ มีคุณธรรม อันมลทินครอบงำมิได้ จึงเป็น  พระเถระ” 

 

                “ความดีเป็นเรื่องง่ายของ บัณฑิต แต่เป็นเรื่องยากของ คนพาล
                คนพาลรู้ตัวว่าเป็นคนพาล ย่อมกลายเป็นบัณฑิตได้ เพราะเหตุนั้น
                แต่ คนพาลที่คิดว่าตัวเองเป็นบัณฑิต เป็นคนโง่ โดยแท้ เพราะเหตุนั้น”

                                                                                           
         บรรดาทางทั้งหลาย...
มรรคมีองค์แปด  ประเสริฐที่สุด
บรรดาบททั้งหลาย...
บทที่สี่  คืออริยสัจ  ประเสริฐที่สุด
บรรดาธรรมทั้งหลาย…..
วิราคะ คือ การปราศจากความกำหนัดยินดี  ประเสริฐที่สุด
บรรดาสัตว์สองเท้า…..
พระตถาคตเจ้าผู้มีจักษุ  ประเสริฐที่สุด
มรรคมีองค์แปดนี่แลเป็นไปเพื่อทรรศนะอันบริสุทธิ์หาใช่ทางอื่นไม่
เธอทั้งหลายจงเดินไปตามมรรคมีองค์แปดนี้
อันเป็นทางที่ทำมารให้หลง  ติดตามมิได้
เธอทั้งหลายจงตั้งใจปฎิบัติ  เพื่อทำทุกข์ให้สิ้นไป


          “การให้ทานนั้นถือเป็นสิ่งที่ประเสริฐ แม้..บัณฑิต เทวดา พรหม พึงสรรเสริญบุคคลผู้ให้ทาน  แต่มีสิ่งที่ประเสริฐกว่า  นั้นคือ    พระนิพพาน   เพราะเป็นบรมธรรมอันสูงสุด        การแสดงธรรมมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้บรรลุไปถึงจุดหมาย คือ  นิพพาน  ซึ่งเป็นไปเพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง”

 “ ทำความดีอย่ายึดติด  ผลของความดี ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด หมายถึง (ชั้นเทวดาและ
ชั้นพรหม)     ไม่ทำความชั่วก็ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ   หนทางนี้แล....ดับขันธ์นิพพาน”

                                                                                                         ศรีอารย์......
 

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ วันที่ตอบ 2010-03-17 21:04:23 IP : 202.28.52.221


ความเห็นที่ 37 (3163610)
avatar
ศรีอารย์

 

อภิญญา ๖ และ วิชชา ๘ ( ความรู้ยิ่ง )
ทิพพจักขุ ๑ (ญาณที่ทำให้มีตาทิพย์) หมายถึงการที่เรามีความสามารถในการที่มองเข้าไปเห็นจิตใจของผู้อื่นได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเราอยู่บนรถโดยสาร มีผู้โดยสารคนหนึ่ง ลุกจากที่นั่งเพื่อลงจากรถ ในขณะที่นั่งนั้นว่าง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังที่จะเดินไปนั่ง แต่ผู้ชายคนหนึ่งกับไปแย่งที่นั่งของผู้หญิงคนนั้น ทำให้เราได้เห็น ความเห็นแก่ตัวของคนๆ นั้น
            ทิพพโสต ๑ (ญาณที่ทำให้มีหูทิพย์) หมายถึงหากเราได้ยินคนๆ หนึ่งกำลังนินทาใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ทำให้รู้ว่าเขามีความอิจฉาริษยาผู้อื่น
            เจโตปริยญาณ ๑ (ฌานที่กำหนดรู้ใจคนอื่นได้) หมายถึงสิ่งที่เราเห็นและเราได้ยิน สามารถรับรู้ว่าบุคคลคนนั้นมีนิสัยใจคออย่างไร โดยอาศัยการวิเคราะห์จากมลทิน ๙ อย่างคือ
( โกรธ ๑  หลบหลู่ ๑   ริษยา ๑   ตระหนี่ ๑   มายา ๑ โอ้อวด ๑ พูดปด ๑   มักมาก ๑   หลงไม่รู้ ๑ )
            อิทธิวิธี ๑ (ความรู้ที่ทำให้แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้) มี ๒ วิธี 
            ๑. การเข้าโดยอาศัยสมถกรรมฐาน(สมาบัติ ๘)
            ตาทิพย์ สามารถมองเห็นกายทิพย์ของภูมิต่าง ๆ ได้
            หูทิพย์ สามารถได้ยินเสียงสนทนาของภูมิต่าง ๆ ได้ 
            เหตุเกิดจากผู้ที่รักษาความยาวนานของสมาธิ เท่ากับสามารถรักษาจิตตัวเอง โดยการกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งจนเกิดความเคยชิน ผลของการที่ไม่เคลื่อนไหว ก็ได้รับอานิสงส์ของการรักษาศีลไปในตัว
            ๒. การเข้าโดยผ่านวิปัสสนากรรมฐาน ฌานทัศนะ
            อย่างที่เข้าใจว่า การนั่งสมาธิจะใช้หลักวิปัสสนาสลับกับสมถกรรมฐาน คืออธิบายง่ายๆ เมื่อไม่มีอะไรที่จะต้องพิจารณา จิตก็สงบ ความสงบของสมณะผุ้สำเร็จอรหันต์ เหล่าเทวดาก็ต่างชื่นชม
และเมื่อได้ยินคำเทศนาธรรมของท่านเหล่านั้น ก็รู้สึกเลื่อมใส ก็จะเฝ้าคอยอารักขา เพราะฉะนั้นอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ไม่มีในตัวเรา เกิดจากเหล่าบรรดาเทพผู้เลื่อมใสคอยปกป้องคุ้มครอง และส่วนใหญ่
ก็จะถูก รับเชิญไปท่องในภูมิต่าง ๆ หรือที่เราเรียกกันว่า ฌานทัศนะ (การถอดจิตวิญญาณ)
            ปุพเพนิวาสานุสสติ ๑ (ญาณที่ทำให้ระลึกชาติได้) โดยปกติผู้ที่หมั่นรักษาจิตเป็นประจำ ย่อม
มีฌานตัวนี้อยู่
            อาสวักขยญาณ ๑ ( ญาณที่ทำให้อาสวะสิ้นไป ) เป็นการหยั่งรู้ว่าสัตว์ที่ตายแล้วไปเกิดอยู่ภพภูมิไหน
          ๕ ข้อแรก เป็น โลกียอภิญญา ข้อสุดท้ายเป็น โลกุตตรอภิญญา
 
 
 
ขันธ์ ๕
การยึดมั่นถือมั่นในรูป ๑                สิ่งที่เห็น,กระทบ
การยึดมั่นถือมั่นในเวทนา ๑            ความรู้สึก
การยึดมั่นถือมั่นในสัญญา ๑            ความจดจำ
การยึดมั่นถือมั่นในสังขาร ๑           ปรุงแต่งจิต
การยึดมั่นถือมั่นในวิญญาณ ๑         การรับรู้
 
ขันธ์ ๕ เป็นอุปทานตัวรู้อารมณ์ทำให้เกิดกองทุกข์....
 
อุปทาน เป็นได้ทั้งกุศลธรรมและอกุศลธรรม
ไตรลักษณ์ ( สามัญลักษณะ 3 อย่าง )
ความไม่เที่ยง ๑
ความทุกข์ ๑
ความยึดมั่นถือมั่น ๑
อธิบายลักษณะการทำงานของขันธ์ ๕
การทำงานของขันธ์ ๕ นั้น มีลักษณะการเชื่อมต่อของอารมณ์ เปรียบเหมือนหลอดไฟ ๕ ดวง ที่มีสวิทปิดเปิดเพียงอันเดียว เมื่อขันธ์ใดขันธ์หนึ่งทำงาน หลอดไฟก็จะติดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด
             จะอธิบายลักษณะของการทำงานของขันธ์ ๕ โดยยกเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เรื่อง ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ในสมัยก่อนมีชายหญิงคู่หนึ่ง เป็นแม่ลูกกัน ทั้งสองมีอาชีพทำนา ลูกชายมีหน้าที่ทำนา ส่วนแม่มีหน้าที่หุงหาอาหาร ไปส่งให้ลูกชาย ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งวันหนึ่ง ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ซึ่งได้เวลารับประทานอาหาร ผู้เป็นแม่มาช้าผิดปกติ ทำให้ลูกชายที่ทำงานอย่างหนัก ทั้งทำนา ตากแดด เกิดอาการหิวเมื่อถึงเวลาทานอาหารแล้วไม่ได้ทาน เวทนาเกิดแรงกล้า เพราะทั้งเหนื่อยและหิว พอแม่เดินมาถึง มองเห็นกล่องข้าวที่แม่ถือมาให้ เมื่อตาไปกระทบรูป ทำให้จิตคิดปรุงแต่งไปว่า กล่องข้าวแค่นี้คงไม่ทำให้เราอิ่มแน่ จากความทุกข์ที่มีความหิวเป็นทุนเดิม บวกกับเมื่อตาไปกระทบรูป ทำให้จิตปรุงแต่งไปว่า คงไม่ทำให้เวทนาที่มีอยู่คลายลงไปได้ สัญญาที่มีอยู่ไม่ทำหน้าที่จดจำ (จดจำหมายถึง อาหารเพียงแค่นี้เพียงพอที่เคยทาน) ส่งผลให้สติไม่ควบคุมวิญญาณตัวรู้ เมื่อสติตามอารมณ์ไม่ทัน ความจำที่มีอยู่ว่า บุคคลนี้เป็นผู้ให้กำเหนิด เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู สัญญาหยุดทำงานอีกครั้ง เมื่อการปรุงแต่งเวทนาดำเนินต่อ ทำให้เกิด โลภะ คืออยากได้มากกว่าเดิม เกิดโทสะเพราะความหิว เกิดโมหะคือ ความหลงควบคุมสติไม่ได้ จึงใช้ไม้ที่มีอยู่ข้างตัวฟาดไปที่ศรีษะของบุพการี เพียงแค่อยากระบายโทสะ เสร็จแล้ว เมื่อได้มานั่งทานอาหาร เมื่อท้องอิ่มแต่กลับปรากฏว่า ทานข้าวในกล่องนี้ไม่หมด นี่คือผลของการไปปรุงแต่รูปทำให้เกิดทุกข์ สำนึกผิดรีบเข้าไปหาเพื่อหวังที่จะขอโทษบุพการี แต่อนิจจา มันสายเกินไปเสียแล้ว ด้วยสติที่หลงอารมณ์ไปเพียงชั่วขณะได้ทำกรรมหนักไปเสียแล้วกล่าวคือ มาตาปิตุฆาต ฆ่าได้แม้กระทั่ง ผู้เป็นมารดา วิญญาณและสัญญาที่เป็นตัวรู้ผลการกระทำของอารมณ์หรือตัวจดจำเรื่องราวต่าง ๆ เริ่มทำงาน การกระทำในครั้งนี้ เมื่อตายไปท้าวเวชสุวรรณไม่รอช้า ตัดสินให้ตกลงสู่นรกอเวจีโดยไม่มีข้อต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น มิอาจกลับคืนมาได้อีก รอจนกว่าจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นการยากยิ่ง
 
กรรมหนัก ๕ อย่าง ซึ่งให้ผลทันที ก็คือ
การฆ่าบิดา ๑
การฆ่ามารดา ๑
การฆ่าพระอรหันต์ ๑
การทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงโลหิตห้อขึ้นไป ๑
การยังสงฆ์ให้แตกแยกกัน (กรณีบุคคล คือการทำคนดีให้แตกแยกกัน) ๑
 
                            กรรมกิเลส ๔ ข้อเสื่อมเสีย
การตัดรอนชีวิต ๑
การถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้ , ลักขโมย ๑
การประพฤติผิดในกาม ๑
การพูดเท็จ ๑
                    ผลของกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้กระทำซึ่งเป็นได้ทั้งกุศลและอกุศล ยกตัวอย่าง เช่น ขณะที่เรานั่งฟังธรรมอยู่บนศาลา มองไปเห็นชายคนหนึ่งนั่งตกปลาอยู่ที่ท่าน้ำใกล้ศาลา จิตกับคิดไปว่าถ้าเราไม่ได้ฟังธรรม วันนี้เราคงได้ไปนั่งตกปลาเพื่อเอาไปทำกับข้าวเป็นแน่แท้ แต่ฝั่งตรงกันข้ามคนซึ่งกำลังตกปลาอยู่ มองเห็นคนนั่งฟังธรรมอยู่บนศาลา จิตกับคิดไปว่าถ้าวันนี้เราตกปลาได้ พรุ่งนี้ เราจะทำอาหารไปใส่บาตรถวายพระ จะเห็นได้ว่าในเวลาเดียวกัน   การกระทำที่ต่างกัน กลับให้ผลตรงกันข้าม คือ ผู้ที่นั่งฝั่งธรรมกลับมีจิตโน้มเอียงไปทางอกุศลธรรม ส่วนผู้ที่กำลังตกปลากับมีจิตที่เป็นกุศลธรรม                         
                        เพราะหลักของพุทธศาสนาว่าด้วยเจตนาของผู้กระทำ ว่าทำไปด้วยจิตที่เป็นกุศลหรืออกุศล และด้วยเหตุผลนี้ มิได้ทำให้ส่งผลไปเกิดยังภพภูมิต่าง ๆ แม้มี โลภะโทสะ โมหะ มากเพียงใดแต่ยังไม่มีการกระทำเกิดขึ้นยังถือว่าไม่เป็นความผิด เพราะมีขันติเข้ามาแทรก เพียงแค่เป็นความทุกข์ในใจ เช่น หากโกรธใครสักคน เราอยากจะฆ่าเขาให้ตาย แต่ยังไม่ได้ลงมือ ถือว่าไม่เป็นความผิด ไม่ส่งผลให้ตกลงสู่อบายภูมิ แต่ส่งผลเป็นความทุกข์ทางใจ ถึงได้มีการฝึกอบรมจิต ก็คือสมาธิ เมื่อสมาธิควบคู่ไปกับสติ ก็จะทำให้เกิดปัญญาหาทางแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นความทุกข์ทางใจได้
 
กายภาวนา ก็คือ การอบรม ตัวเองให้อยู่ในอาการสำรวมทางกาย
ศีลภาวนา   ก็คือ การอบรม กาย วาจา โดยมีศีลเป็นตัวคุม
จิตภาวนา   ก็คือ การอบรมจิต โดยการใช้ชีวิตตาม มรรคมีองค์ ๘
ปัญญาภาวนา ก็คือ การหลุดพ้นความคิดจากอกุศล จนถึงขั้น นิพพาน
 
 
กถาวัตถุ ๑๐ (เรื่องที่ควรพูด)
ให้มักน้อย ปรารถนาน้อย ๑
ให้สันโดษ ยินดีในปัจจัยตามมีตามได้ ๑
ให้สงัดจากกิเลศ สงัดกาย สงัดใจ ๑
ให้สงัดจากกิเลศ ไม่หมกมุ่นเป็นหมู่คณะ ๑
ให้ปรารภความเพียร ๑
ให้บริสุทธิ์ในศีล ๑
ให้จิตตั่งมั่นในสมาธิ ให้ทำใจให้สงบ ๑
ให้เกิดปัญญา ๑
ให้ทำใจให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมอง ๑
ให้เกิดความรู้ความเห็นในความที่ใจพ้นจากกิเลศ ๑
 
 
  “ธรรมมะก็เหมือนยารักษาแผล        เมื่อเราเป็นทุกข์ ก็ใช้ธรรมะรักษา
                    เมื่อเราเป็นแผลก็ใช้ยารักษา             แต่แผลนั้นก็ยังไม่ยอมหาย
                    แต่จะกลายเป็นแค่แผลเป็นที่ทำให้เรา........ไม่เจ็บปวดอีกต่อไป
                                                                                                  ศรีอารย์...
ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีอารย์ วันที่ตอบ 2010-03-19 18:28:29 IP : 202.28.52.221


ความเห็นที่ 38 (3170394)
avatar
oat

ขอบคุณคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น oat วันที่ตอบ 2010-04-13 18:50:55 IP : 125.27.63.88


ความเห็นที่ 39 (3170728)
avatar
ss

พระศรีอาร์ย์ เป็นทูตสวรรค์ แบ่งพระภาคลงมาจุติเป็นหนุ่มน้อยคงแก่เรียน คนยากจน ถังแตก แต่เกิดมีเรื่องชู้สาวแต่เขาไม่ได้ทำ จึงขอพรพระแก้วมรกตคุ้มครอง เขาขอพร 8 ประการ เช่น ปราถนาพุทธภูมิ ทำความดียิ่งใหญ่ฝากไว้ในแผ่นดิน เป็นผู้ทำให้วิกฤติการณ์การเมืองยุติเพราะอัญเชิญพระแก้วมาปราบอธรรมกึ่งพุทธกาล ที่บูรพาประเทศเป็นงานเดียวที่พระอชิตะ รับภารกิจกับองค์พระสัมมามสัมพุทธเจ้าปราบอธรรม โดยมีพระธรรมราชาแห่งแผ่นดินตะวันออกได้จัดขึ้น ฯลฯ พระแก้วมรกตเป็นพระรัตนมาลาที่พระพุทธสิขีส่งลงมารอคอยหน่มน้อยคนนั้น เพื่อขนเวไนยที่ไม่มืดบอดจากความดี ให้เข้าสู่อ้อมอกแห่งความเมตตาของพระศรีอารียเมตรัย ส่วนเวไนยที่มืดบอดก็ไปใช้กรรมในนรกไม่มีโอกาสได้พบศาสนาแห่งพระศรีฯ การมาของหนุ่มน้อยเพื่อพาคนกลับคืน ไม่มาเพื่อประกาศศาสนาหรอกและมีภาระกิจรวมทุกศาสนาให้มีความเห็นเดียวกันเขาจะมีชื่อเสียงก้องโลก.........

ผู้แสดงความคิดเห็น ss วันที่ตอบ 2010-04-15 11:56:11 IP : 110.164.217.145


ความเห็นที่ 40 (3173160)
avatar
ผู้รู้

ดีๆๆๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้รู้ วันที่ตอบ 2010-04-23 10:39:00 IP : 118.173.220.55


ความเห็นที่ 41 (3173162)
avatar
ผู้รู้

ทรงเป็นหญิง ไม่ใช่ผู้ชาย แต่เพียรหนึ่งเดียว เกิดสมดุลชายหญิงในธรรมภายในกาย  จริงเท็จอย่างไรคิดเอาเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้รู้ วันที่ตอบ 2010-04-23 10:42:50 IP : 118.173.220.55


ความเห็นที่ 42 (3174361)
avatar
นิรนาม

2555(21 ธ.ค. 2012)

จะมีเหตุการณ์บังคับให้พระศรีอารย์เปิดเผยตัว

พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ยังคงเป็นปัญหาโลกแตก

ความจริงจะปรากฎ(ใครที่อ้างตัวว่าเป็นท่านโปรดระวังตัวไว้ให้ดี...เล่นของสูงแบบนี้ระวังตกลงสู่นรกอเวจีนะจะบอก)

เราควรมีธรรมมะประจำใจ ไม่ยึดมั่นถือมั่นเท่านั้นแล ชีวีตก็จะปลอดภัย

*****ผู้ใดที่ได้รับยกว่าเป็นมนุษย์ประเสริฐ อันควรถือเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต

เป็นผู้นำความสันติสุขมาสู่โลกอย่างแท้จริง(อัจฉริยะที่สุดในจักรวาล) ผู้มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด

สามารถพัฒนาและเรียนรุ้ตลอดชีวิต จึงเป็นที่รักของทุกสิ่งผู้นั้นคือท่าน(ไม่มีตัวตน)

ผู้แสดงความคิดเห็น นิรนาม วันที่ตอบ 2010-04-27 13:15:20 IP : 118.172.150.24


ความเห็นที่ 43 (3175503)
avatar
ชินน์ธนพฒน์ แสนมาตย์

ศรีอารย์คืออะไร อะไรคือศรีอารย์ เราอยู่กับท่านทุกวันบิดร มารดาตนไซร้ ยิ่งได้กว่าศรีอารย์

ศรีอารย์อยู่ไต้ร่มเงาสุริยันฐานสิงห์ปีลิงเนาว์เถาเก้าเลี้ยวที่เปลี่ยวดงคอญเปียกปอนตอนเก่า

อยู่ไกล้ร่มธรรม

จตุรธรรมร่มเงาที่เนาว์แห่งจิตบิดร มารดาจะพาพบเจอ

ถ้าใครอยากพบศรีอารย์ตีความไห้แตก

ผู้แสดงความคิดเห็น ชินน์ธนพฒน์ แสนมาตย์ วันที่ตอบ 2010-05-01 12:17:42 IP : 124.157.144.167


ความเห็นที่ 44 (3183938)
avatar
เบบี้

อนุโมทนา สาธุ .....

ผู้แสดงความคิดเห็น เบบี้ (focus_b1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-26 22:03:35 IP : 58.9.213.119


ความเห็นที่ 45 (3183940)
avatar
bb

ตอบความเห็นที่ 28 (3072342)

อ้ายคนบ้า... เค้ารอเป็นลูกเขยรัฐมนตรีเว้ย...!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น bb (focus_b1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-26 22:11:02 IP : 58.9.213.119


ความเห็นที่ 46 (3185524)
avatar
ขอนแก่น

คนมีศิลและปฏิบัติธรรม จะได้เห็นเกิดแล้วมีแล้ว  หาเองนะผมกำลังปฏิบัติ  เป็นเรื่องลึกลับวันพระธรรมท่านเปิดทุกท่านจะได้เห็นผมข้ามจังหวัดไป

ผู้แสดงความคิดเห็น ขอนแก่น วันที่ตอบ 2010-05-31 19:03:00 IP : 125.26.198.73


ความเห็นที่ 47 (3195042)
avatar
ดร.

ความจริงพลันปรากฎ เมื่อคนหมดอคติ พิจารณาตน มาทำไม อยู่ที่ใหน ทำอะไร เพื่ออะไร

ผู้แสดงความคิดเห็น ดร. วันที่ตอบ 2010-07-06 16:46:43 IP : 125.26.225.13


ความเห็นที่ 48 (3195413)
avatar
คนน่ารัก ?

                เห็นด้วยคะ     ?    เพราะว่าตอนนี้ทราบแล้วว่าท่านเป็นใคร

           และมาตรัสรู้มี  2  พระองค์คะ  ท่านหนึ่ง  คือ  หลวงปู่ทวด   อีกท่านหนึ่ง  คือ  สมเด็จโต  คนหนึ่งเป็นหญิง  ลูกสาวบ้านธรรมดา  ๆ แต่รอวันฉันรักเธอ....  คนหนึ่งเป็นผู้ชาย ก็เป็นลูกชาวบ้านนี้แหละ  บวชเรียนแต่ยังเด็กๆ  ตรัสรู้เรียบร้อยแล้ว  เดินจงกลมบนผิวน้ำได้ด้วยนะ   ขอบอก

            ตอนนี้เท่าที่ทราบจะรู้กันแต่ผู้ที่ปฏิบัติเท่านั้นเอง  เพราะมีจิตสัมผัสสามารถสื่อหากันได้   และเท่าที่ทราบ  ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่ง  วางแผนพยายามจะฆ่าท่านให้ตาย  แต่ก็ไม่ตายสักที  เพราะท่านมีสุดที่รักดูแลเยอะ  เฮ้ย ? โดยใช้ทุกวิถีทาง

และเท่าที่ทราบ  ได้มีคนบอกว่าท่านเป็น  อี่ยากเย็น เพราะพวกชั่วมันทำอะไรไม่ได้เนื่องจากพวกชั่วมันอยากเป็น  พระศรีอาริย์เสียเอง  ?  น่าสงสาร

                 บุคคลที่เคารพพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ทุกคนจะคอยเฝ้าดูแลทุกทาง  ไม่ว่า  กาย ใจ  วาจา  จิต  จะคอยส่งเสริมกันและกันโดยดึงกันขึ้น  ไม่ได้เหมือนพวกชั่วที่คอยแต่ทำลายไม่ว่าโดย การใช้การสะกดจิตคนอื่นให้ทำ   ทั้งทางกาย  วาจา  ใจ  จิต  เช่นกัน  แต่เหตุไฉนเล่า มนต์ดำหรือจะสู้มนต์ขาวได้  เพราะบารมีสุดที่รักของท่านแต่ละองค์ล้วนเก่งกล้า  สามารถทั้งนั้น  แม้จะได้รับคำชมสุดที่รักก็คงไม่มีวันที่จะหลงตัวเอง  เพราะทุกย่างเก้าของพวกท่านเหล่านั้นจะไม่มีการประมาทอีกต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น คนน่ารัก ? วันที่ตอบ 2010-07-08 11:55:47 IP : 110.164.245.188


ความเห็นที่ 49 (3195415)
avatar
คนเคยโดน / ท่านผู้ช่วย

              สะกดจิต ทำให้คนอื่นถึงขั้นตาย

           ตอนนี้ทราบว่า มีการสะกดจิตคนอื่นให้ทำชั่ว   โดยผู้ที่ถูกสะกดจิตจะไม่รู้ต้ว   ใครถามก็ตอบได้แค่เพียงว่า  ฉันรู้ตัวฉันดี   ฉันไม่ได้ถูกสะกดจิต  โดยวางแผนฆ่า  ใช้ให้คนที่ถุกสะกดจิตเป็นคนที่ทำ  ไม่ว่าด้วยการพูด  กระทำแต่   คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องจริงๆ  คือคนกลุ่มหนึ่ง   ขอให้ทุกท่านที่รู้ตัวเองว่ากำลังคึกคะนอง  เศร้าโศกเสียใจพยายามหาทางเข้าวัดเพื่อ  จะได้พุดคุยกับพระ  เพื่อความสบายใจ  ตอนนี้เท่าที่ทราบกำลังระบาดมาก  ? 

         ยกตัวอย่างเช่น  สะกดจิตให้เที่ยวอาบอบนวด  ติดสุราแม้ใช้ยาเบื่อสุราก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะเหตุเนื่องจากเพราะโดนสะกดจิต   คนที่ทราบและที่ได้ทราบข่าวมาจะรู้กันเฉพาะผู้ที่มีจิตสัมผัส  และข้าพเจ้าก็รู้โดยมีพระท่านบอก  แต่เชื่อนะเพราะข้าพเจ้าเป็นท่านหนึ่งที่มีจิตสัมผัสเพราะปฏิบัติธรรม

          การสะกดจิตเกิดเนื่องจากพวกชั่วมันอยากให้พวกที่ดีชั่วตามมัน  โปรดระวัง   ?

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเคยโดน / ท่านผู้ช่วย วันที่ตอบ 2010-07-08 12:18:50 IP : 110.164.245.188


ความเห็นที่ 50 (3195744)
avatar
ตรีมูรติ

โลกของเราจะมี  4  ยุค  ดังนี้

1. ยุคศาสนา(วิทยาศาสตร์ทางใจเจริญ)  ในอดีตครั้งพุทธกาล

2.ยุควิทยาสาสตร์ทางวัตถุเจริญ มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าก้าวหน้า แต่ศีลธรรมจะต่ำลง

3.ยุควิทยาสาสตร์ทางวัตถุ กับ  วิทยาศาสตร์ทางจิตใจ เจริญก้าวหน้าเท่าเทียมกัน

4.ยุควิทยาศาสตร์ทางวัตถุ กับ วิทยาศาสตรทางจิตใจ  เสื่อมโทรมลง  เป็นยุคเข็ญ  เรียกว่ายุคมิคสัญญี

เมื่อยุคมิคสัญญีผ่านไปก็จะขึ้นยุคศาสนา(วิทยาศาสตร์ทางใจ เจริญขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อนั้นแหล่ะจะเป็นยุคของพระศรีอารย์

ผู้แสดงความคิดเห็น ตรีมูรติ วันที่ตอบ 2010-07-10 08:33:42 IP : 10.182.255.60


ความเห็นที่ 51 (3198412)
avatar
จากผู้รู้

ผู้ใดปราถนาอยากจะชมบารมีพระศรีอารย์
หรืออยากจะเห็นตัวจริงในปัจจุบันนี้ชาตินี้

มีจริงเกิดขึ้นแล้ว  ต้องมั่นรักษาศีล5 และหมั่นภาวนาแล้วจะเห็นท่านเองด้วยตัวเอง

ท่านมาในนามมนุษย์ธรรมดาเพื่อมาช่วยให้ศาสนาขององค์พระสมโคดมอยู่ต่อให้ถึง 5000 ปี เมื่อถึงเวลาเหล่ามนุษย์ผู้มีศีลมีธรรมเท่านั้นถึงจะได้เห็นท่านจริงๆๆๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น จากผู้รู้ วันที่ตอบ 2010-07-24 11:59:14 IP : 183.89.146.114


ความเห็นที่ 52 (3202174)
avatar
ammarinous

อ่านแล้วสับสน ไปปฏิบัตืภาวนา ทำดีเองดีกว่า เดี๋ยวก็รู้เอง แถมรู้แจ้งอีกด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น ammarinous (ok-ok-123-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2010-08-11 11:18:49 IP : 110.49.205.115


ความเห็นที่ 53 (3205045)
avatar
เมตตาไทย

หลังจากภัยพิบัติ  จงช่วยกัน รักษา ความดีงาม

ไม่แบ่งแยกกันในหมู่มนุษย์  ทำดีแล้วก็อย่าโอ้อวด

รักษาความดีของตนเองไว้สม่ำเสมอ เตือนตนเอง

ไว้เสมอๆ ไม่ประมาทในสิ่งทั้งหลายทั้งปวง

สำหรับชาวไทย หลังวันท่27 สิงหาคม

ก้ให้ สงบใจ และพึงตระหนัก ถึงความไม่ประมาท

ผู้แสดงความคิดเห็น เมตตาไทย (mettathai-at-sanook-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-23 10:39:39 IP : 125.27.19.42


ความเห็นที่ 54 (3208443)
avatar
มิ้ลค์ เชียงราย

ขอให้พวกท่านทุกคนที่ทำความดีได้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น

จงสั่งสมความดีให้มาก

สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น มิ้ลค์ เชียงราย วันที่ตอบ 2010-08-30 14:09:44 IP : 110.77.143.190



[1]



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2010 All Rights Reserved.